พระชฎาห้ายอด เครื่องราชศิราภรณ์ ที่ใช้ปฏิบัติเฉพาะ พระบรมศพพระมหากษัตริย์ เท่านั้น

Home / เรื่องเด่นดูดวง / พระชฎาห้ายอด เครื่องราชศิราภรณ์ ที่ใช้ปฏิบัติเฉพาะ พระบรมศพพระมหากษัตริย์ เท่านั้น

พระชฎาห้ายอดเป็นเครื่องราชศิราภรณ์ประเภทชฎา มีศักดิ์สูงรองจากพระมหาพิชัยมงกุฎ ชฎาน่าจะมีพัฒนาการจากลอมพอกอันเป็นศิราภรณ์ทำจากผ้า ซึ่งไทยได้รับมาจากอินโด-อิหร่าน ตกแต่งด้วยเครื่องประดับทั้งตามแบบไทย เช่น เกี้ยว ดอกไม้ไหว หรือปักจิกาห์ (jigha) ตามแบบอินโด-อิหร่านที่ไทยเรียกว่าพระยี่ก่า หรือที่พระตำรา เครื่องทรงเครื่องต้นเรียกว่า สุวรรณมาลัย (ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ ๑๙ ๒๔๗๑, ๖๑ – ๖๓)

รูปทรงของพระชฎาที่มีพัฒนาการเริ่มแรกมาจากลอมพอก มีตัวอย่างจากภาพพระชฎาของพระเวสสันดร ในจิตรกรรม สมุดภาพไตรภูมิสมัยกรุงศรีอยุธยาเลขที่ ๖ ราวต้นพุทธศตวรรษ ที่ ๒๓ (สมุดภาพไตรภูมิฯ เล่มที่ ๑ ๒๕๔๒, น. ๘๔) ดูใกล้เคียงกับที่บาทหลวงตาร์ชาร์ตกล่าวถึงพระชฎา ของสมเด็จพระนารายณ์อยู่ไม่น้อยว่า

“ทรงสวมศิราภรณ์เปล่งปลั่งด้วยรัตนชาติ เหมือนหมวกทรงสูง มียอดแหลมดั่งพีระมิด ล้อมรอบด้วยวงแหวน (เกี้ยว) ๓ วง เรียงซ้อนห่างกันเพียงเล็กน้อย” (Tarchard 1988, p. 13)

และที่กล่าวถึงในพระตำราเครื่องทรงเครื่องต้นอันสืบทอดมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึง “พระชฎาริมทองสอดตามสี” เป็นหนึ่งในเครื่องต้นเต็มยศเมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ทรงนมัสการพระพุทธบาท (ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ ๑๙
๒๔๗๑, ๖๑ – ๖๓)

พระชฎาห้ายอด

กาลต่อมาพระชฏาที่เคยทำจากผ้าและเครื่องประดับทองที่สุดก็เปลี่ยนเป็นทองคำล้วนทั้งองค์ ดังตัวอย่างจากภาพพระชฎาในจิตรกรรมฝาผนังในฉากจิตรกรรมเรื่อง พรหมนารทชาดกบนผนังอุโบสถวัดช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร วาดเมื่อราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๓ (แสงอรุณและคณะ ๒๕๒๕, น. ๖๙ – ๗๐) และมีพัฒนาการ สืบมาจนถึงการสร้างพระชฎาในสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งทำจาก ทองคำลงยาประดับอัญมณี

นามพระชฎาห้ายอดตั้งตามลักษณะของพระชฎาที่ปลายยอดแตกกิ่งออกเป็นช่อหางไหลเอนไปด้านหลังลดหลั่นกันทั้งหมด ๕ ยอด ต่างจากพระมหาพิชัยมงกุฎมียอดแหลมตั้งตรง สำหรับพระมหากษัตริย์ใช้ทรง ในวโรกาสสำคัญแทนการทรงพระมหาพิชัยมงกุฎที่มีน้ำหนักมาก เช่น เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราเลียบพระนคร หรือพระราชทานผ้าพระกฐิน จึงเป็นเหตุให้เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “พระชฎามหากฐิน” (เทวาธิราช ป.มาลากุล ๒๔๙๕, น. ๘) หรือไม่ก็พระราชทาน
ให้เจ้านายทรงในพระราชพิธีสำคัญ หรือเจ้าฟ้าทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในทรงเมื่อโสกันต์ ดังปรากฏในภาพถ่ายเก่า

นอกจากนี้ พระชฎาห้ายอดยังใช้ทรงพระบรมศพพระมหากษัตริย์เมื่อสวรรคตด้วย ถือเป็นพระราชประเพณี ปฏิบัติเฉพาะพระบรมศพพระมหากษัตริย์เท่านั้น สำหรับเจ้าชั้นสูงจะใช้พระชฎาอีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า “พระชฎาพอก” ทรงพระบรมศพ หรือพระศพ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชาธิบายเรื่องพระชฎาห้ายอดในประวัติต้นรัชกาล
ที่ ๖ ว่า

“พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ต้องทรงทำของพระองค์เองขึ้นใหม่, .ซึ่งใช้ทรงตลอดพระชนมายุและเมื่อเสด็จสวรรคตก็ทรงพระบรมศพในพระโกษฐ์ไป จนถึงกำหนดจะถวายพระเพลิงจึ่งเปลื้องออกไปยุบเอาทอง หล่อพระฉลองพระองค์.” (ราม. วชิราวุธ น. ๙๒ – ๙๓)

อย่างไรก็ตาม พระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๕ ก็ยังคงอยู่ไม่ได้ถูกยุบไป เอกสารโบราณหลายฉบับที่น่าเชื่อถือยังแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑ – ๓ ต่างก็ทรงสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องฉลองพระองค์เองสำเร็จบริบูรณ์ขณะที่ยังมีพระชนมชีพอยู่ทุกพระองค์ (พิชญา ๒๕๕๐, น. ๑๑๗)

ในสมัยรัตนโกสินทร์มีการสร้างพระชฎาห้ายอดทั้งหมด ๔ องค์ด้วยกัน ดังนี้

พระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๑

สันนิษฐานว่า คงเป็นองค์เดียวกับ “พระมหาชฎา” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๓๒๘ (ทิพากรวงศ์ ๒๕๓๙, น. ๔๕) ทำจากทองคำลงยาราชาวดีประดับเพชรและทับทิม
มีพระยี่ก่าหรือสุวรรณมาลัยเป็นกิ่งทองคำประดับอัญมณีเรียงซ้อนกัน ๕ กิ่งที่โคนยอดพระชฎา เป็นลักษณะเฉพาะของเครื่องประดับพระชฎาซึ่งไม่ปรากฏในพระมหาพิชัยมงกุฎใช้ทรงในวโรกาสสำคัญ เช่น การพระราชทานผ้าพระกฐิน ดังได้กล่าวมาแล้ว และทรงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ เมื่อเสด็จสวรรคต

พระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๕

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ทรงสร้างถวายเป็นพระชฎาห้ายอด ประจำรัชกาล (ราม. วชิราวุธ ๒๕๕๐, น. ๘) ทำจากทองคำ ลงยาประดับเพชร มีความโดดเด่นที่การลงยาสีชมพูตลอดทั้งองค์ตามสีประจำวันพระบรมราชสมภพซึ่งตรงกับวันอังคาร จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พระชฎามหาชมพู” ลักษณะทรวดทรงและองค์ประกอบ อยู่ในแบบแผนเดียวกับพระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๑ แต่ต่างกันตรงที่พระยี่ก่าปักขนนกการเวก หรือนกปักษาสวรรค์เล็ก (Lesser bird-of-paradise) ปรากฏในภาพถ่ายเก่าว่าทรงพระชฎานี้ในวโรกาสสำคัญ เช่นในพระราชพิธีโสกันต์ และใช้ทรงพระบรมศพ เมื่อสวรรคตในพุทธศักราช ๒๔๕๓

พระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๖

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น มีพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล) ซึ่งกาลต่อมาคือเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ผู้กำกับกรมช่างสิบหมู่ และเป็นพระนัดดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ ผู้ทรงจัดสร้างพระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๕ เป็นผู้รับผิดชอบ ในการจัดสร้าง (ราม. วชิราวุธ ๒๕๕๐, น. ๙๒ – ๙๓) มีสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงให้แบบโดยอาศัยแนวคิดจากการปักพระยี่ก่าประดับขนนกการเวก ของพระชฎารัชกาลที่ ๕ ผสมผสานกับรูปทรงของพระชฎาเดินหนที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสร้าง (สาส์นสมเด็จ เล่ม ๔ ๒๕๐๕, น. ๒๐๙) ปรากฏในภาพถ่ายเก่าว่าทรงพระชฎานี้เป็นครั้งแรกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช พุทธศักราช ๒๔๕๔ และใช้ทรงพระบรมศพเมื่อสวรรคตในพุทธศักราช ๒๔๖๘

พระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๗

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้น ทำจากทองคำลงยาประดับเพชร ทรวดทรงและการประดับ ตกแต่ง เช่น การปักพระยี่ก่าประดับขนนกการเวก ใกล้เคียงมากกับพระชฎาห้ายอดรัชกาลที่ ๖ จึงเป็นไปได้ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงให้แบบอย่าง ในการสร้าง ใช้ทรงเป็นครั้งแรกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๔๖๘ เมื่อทรงสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินี (ประกาศอักษรกิจ ๒๔๙๒, น. ๓๙) และในวโรกาสสำคัญ เช่น พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕

สำหรับพระชฎาห้ายอดที่กล่าวถึงในการพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดดูรายละเอียดจากหมายกำหนดการพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพในลำดับต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : ห้องเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์