ดูดวง

วิเคราะห์เบอร์มือถือ กับหมอเค้ก

แนะนำเบอร์มือถือ จากหมอเค้ก

เบอร์การเงิน

เบอร์โชคลาภ

เบอร์การศึกษา

เบอร์ความรัก

เบอร์การงาน

เบอร์สุขภาพ

หมอเค้ก

ทำนายฝัน

ทำนายฝัน ฝันเห็น ... เป็ด แมว สุนัข งูเหลือม หนู ดอกกุหลาบ ไฟไหม้บ้าน คนร้องไห้ อุบัติเหตุ งูกัด แม่น้ำ ปลาไหล

คำแนะนำในการทำนายฝัน
เพื่อให้การ ทำนายฝันแม่นยำ ควรให้ตั้งจิตคิดถึงสิ่งแรก ที่เห็นในฝัน เช่น หากท่านฝันว่า "เดินไปที่แห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นเต่า อยู่ริมน้ำ"คำที่ควรใช้ ทำนายฝัน คือ "เต่า" เป็นต้น

ดูดวงตามราศี

เนื้อหาแนะนำ

ผิวหน้าแห้ง ปากลอกเป็นขุย ปัญหาโลกแตกของผู้หญิง แก้ได้ด้วยน้ำเย็น

ผิวหน้าแห้ง ปากลอกเป็นขุย ปัญหาโลกแตกของผู้หญิง แก้ได้ด้วยน้ำเย็น

ผิวหน้าแห้ง ใครๆ ก็เบื่อหน่าย ทาครีมสารพัดก็ไม่ชุ่มชื่นสักที ซึ่งความจริงแล้ว ต้องแก้ที่ต้นเหตุ สาเหตุของผิวหน้าแห้ง ปากแตกลอกเป็นขุย มาจากการอาบน้ำและล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอยู่บ่อยๆ ซึ่งเป็นการทำลายไขมันที่เคลือบผิว และอาจจะทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุยได้ง่าย เพราะฉะนั้น ทางแก้ไขก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอ อากาศร้อนและลมแรงทำให้ผิวหน้าของเราแห้งเพราะสูญเสียความชุ่มชื้น ในขณะที่อากาศเย็นจะทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังสร้างน้ำมันออกมาไม่เพียงพอ หนังกำพร้าของเราจึงหลุดลอกได้ง่ายกว่าปกติ วิธีป้องกันคือ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น โดยไม่ต้องใช้คลีนซิ่ง เพราะทำให้ผิวแห้งตึงหลุดลอกกว่าเดิม การล้างหน้าตอนเช้าด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว สำหรับการทำความสะอาดใบหน้า จากนั้นซับหน้าให้แห้ง ลงครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวตามปกติ รอจนผิวหน้าแห้งสักพักแล้วสังเกตว่าบริเวณไหนลอกเป็นขุยจึงใช้ปลายนิ้วป้าย ปิโตรเลียมเจลบางๆ ทาผิวก่อนทาแป้งทับอีกที ดูแลผิวหน้ากันไปแล้ว ก็อย่าลืมดูแลริมฝีปากกันด้วยล่ะ เพราะส่วนใหญ่ถ้าผิวหน้าแห้งแล้ว จะส่งผลให้ปากแห้งตามไปด้วย เพราะไม่มีต่อมไขมันอยู่ข้างใต้จะแห้งและแตกง่ายกว่าผิวหนังบริเวณใบหน้า แนะนำให้ใช้ปิโตรเลียมเจล นวดริมฝีปากเบาๆ ทิ้งไว้ 2 นาที เช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือใช้แปรงสีฟันจุ่มน้ำอุ่นแปรงเบาๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่แตกออก ที่สำคัญระหว่างวันอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอด้วยนะสาวๆ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women MThai Team https://seeme.me/ch/women/M0lvEM สกินแคร์ บำรุงผิว กลางคืน Routine ของ Happy nancy
แขวน รูปภาพ ผิดชีวิตเปลี่ยน!!! หลักฮวงจุ้ยแต่งบ้านด้วยรูปภาพ

แขวน รูปภาพ ผิดชีวิตเปลี่ยน!!! หลักฮวงจุ้ยแต่งบ้านด้วยรูปภาพ

การตกแต่งบ้าน ถือเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้สำหรับคนรักบ้านทั้งหลาย บางคนลงทุนในเรื่องนี้ มากกว่าราคาบ้านเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นการจัดสวน กระเบื้องปูพื้น รั้วบ้าน ประตูรั้ว เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ผ้าปู สุขภัณฑ์ และอีกมากมาย เรียกว่าทุกห้องในบ้านจะต้องมีการตกแต่งทั้งหมด แต่การตกแต่งบ้านที่ดูเหมือนจะนิยมกันมากที่สุด และซื้อหาได้ง่าย ก็เห็นจะเป็น “รูปภาพ” ติดผนังห้องนี่แหละ หลายคนถามว่า การเลือกรูปประดับบ้าน ในทาง ฮวงจุ้ยมี ข้อกำหนดอย่างไรบ้างหรือไม่ โดยหลักเกณฑ์ในทางฮวงจุ้ย พูดถึงเรื่องของการแทนความหมายของภาพ เพื่อให้เหมาะกับห้องต่างๆ ภายในบ้านค่ะ   ห้องโถง และห้องรับแขก :  รูปภาพที่ใช้ประดับในห้องนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ผ่อนคลาย เพราะเป็นห้องที่อยู่ด้านหน้าสุดของบ้าน เมื่อเดินเข้าบ้านมองเห็น ภาพวิว ก็จะให้ความรู้สึกที่ดีสำหรับแขกที่มาเยือน หรือผู้อยู่อาศัยเองก็ตาม ในทางฮวงจุ้ย ยังให้ความสำคัญในเรื่องความหมายของภาพอีกด้วย อย่างภาพวิวรูปพระอาทิตย์ จะต้องเป็นพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น ห้ามใช้รูปพระอาทิตย์ตกดิน เพราะให้ ความหมายที่ไม่เป็นมงคล ถ้าเป็นภาพทะเล จะต้องเป็นทะเลที่สงบราบเรียบ ให้บรรยากาศที่อบอุ่น ไม่ใช่ทะเลคลั่ง หรือเป็นรูปเรือกำลังโต้คลื่น อย่างนี้ไม่เหมาะ ถ้าเป็นภาพน้ำตก ก็ไม่ควรหันไปที่ ประตูหรือติดใกล้กับประตูทางเข้า เพราะจะแทนความหมายของโชคลาภที่ไหลออก ควรหันภาพเข้ามาในบ้าน หรือติดห้องอื่นจะดีกว่าห้องรับแขก นอกจากนี้ ห้องรับแขกยังนิยมติดรูปพระบรมฉายาลักษณ์ หรือ รูปองค์เทพต่างๆ เพื่อความเป็นมงคลกับบ้านอีกด้วย ส่วนใครจะติดรูปตัวเองก็ไม่ได้ผิดกติกาใดๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปครอบครัวเสียมากกว่า ห้องทำงาน : บ้านที่มีห้องทำงาน รูปภาพที่เหมาะกับห้องนี้ ในทางฮวงจุ้ยบอกว่า ควรใช้รูปภูเขา และควรติดในตำแหน่งหลังโต๊ะทำงาน เพื่อให้ความหมายว่า พักพิง มั่นคง ห้ามติดตรง ข้ามกับโต๊ะทำงาน เพราะจะทำให้คนทำงานมีความรู้สึกอุดตัน และคิดไม่ออก และลักษณะของภูเขา ควรจะเป็นภูเขากลมมน ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียว ห้ามเป็นภูเขาหัวโล้น หรือเขาแหลม จะให้ความหมายที่ไม่เป็นมงคลภาพหลังโต๊ะทำงาน ไม่ควรเป็นภาพที่แสดงถึงสิ่งที่เคลื่อนไหว เช่น ภาพน้ำตก ม้าวิ่ง รถแข่ง ฯลฯ เพราะจะแทนความหมายของความเหน็ดเหนื่อย   ห้องนอน : เป็นห้องที่ใช้พักผ่อนนอนหลับ ภาพที่เหมาะสมจึงควรเป็นภาพที่นุ่มนวล เช่น ภาพดอกไม้ สวนดอกไม้ เพราะแทนความหมายของความรักและความอบอุ่น ถ้าจะติด ภาพน้ำในห้องนอน ในทางฮวงจุ้ยจะห้ามเอาไว้ว่า ห้ามติดบริเวณหัวนอน เพราะถือว่าชี่น้ำไหลลงหัว จะทำให้คนนอนไม่สบายได้ง่าย ภาพที่ไม่ควรติดไว้ในห้องนอน ก็จะเป็นภาพบุคคล ภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภาพอาคารบ้านเรือน หรือภาพเครื่องจักรเครื่องยนต์ รวมไปถึงภาพประเภท “แอ๊บแทร็ค” ที่ดูไม่รู้เรื่อง ต้องตีความกันหลายตลบ อย่างนี้ก็ไม่เหมาะเช่นเดียวกัน เพราะห้องนอน ต้องการพักผ่อน ไม่ควรมองเห็นสิ่งที่ต้องใช้สมอง คิดมากเกินไป ห้องน้ำ ห้องส้วม : ควรติดภาพต้นไม้ใบหญ้า ภาพป่าหรือสวนที่ให้ความเขียวสด ในทาง ฮวงจุ้ยถือว่า ต้นไม้จะเป็นตัวดูดซับความชื้นภายในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี ห้องอาหาร : ห้องอาหารก็ให้ใช้ภาพวิว หรือภาพต้นไม้ที่มีธารน้ำไหล เพราะช่วงเวลาอาหารถือเป็นช่วงที่ได้รับการพักผ่อน การได้เห็นภาพวิวสวยๆ ย่อมทำให้การบริโภคอาหารมีรสชาติมากขึ้น นอกจากนี้อาจใช้ภาพอาหาร หรือผลไม้สดๆ ก็เป็นตัวเร่งให้การบริโภคอาหารอร่อยมากขึ้นอีกด้วย ห้องพระ : คงจะติดรูปอะไรอื่นไปไม่ได้ นอกจากภาพที่เกี่ยวกับองค์เทพ พระเกจิอาจารย์ต่างๆ หรือพระบรมฉายาลักษณ์ เพราะเป็นห้องที่ต้องแสดงความเคารพ ต้องการ ความสงบนิ่ง รูปที่ไม่เหมาะก็คือ รูปคน (ที่มีชีวิต) หรือรูปอื่นใด ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคารพนับถือ ภาพ ที่มองเห็นทุกภาพจะต้องเป็นภาพที่เรามองแล้วรู้สึกดี สบายใจ ถ้าภาพไหนดูกี่ครั้งก็ไม่ชอบ ก็อย่าได้เอามาติดเลยค่ะ เสียความรู้สึกเปล่าๆ ถึงแม้ว่า ตำราฮวงจุ้ยจะ บอกว่าเหมาะก็ตาม ขอบคุณบทความ : homedd.com
6 วิธีง่ายๆ แก้อาการท้องผูก แบบเร่งด่วน ขับถ่ายไม่คล่องแก้ได้!!

6 วิธีง่ายๆ แก้อาการท้องผูก แบบเร่งด่วน ขับถ่ายไม่คล่องแก้ได้!!

หลายคนมีปัญหาอาการท้องผูกแม้ว่ามันจะน่าหงุดหงิดและเจ็บปวด แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือดื่มน้ำเกินไป และนี่คือ 6 วิธีง่ายๆ แก้อาการท้องผูก โดยที่คุณจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการท้องผูกอีกต่อไป 1. ดื่มชาน้ำผึ้งมะนาว เพียงชงชาแล้วเติมน้ำผึ้งและมะนาวลงไป น้ำผึ้งเป็นยาระบายอย่างดีและยังช่วยตัดกับรสเปรี้ยวของมะนาว โดยมะนาวมีหน้าที่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารตามธรรมชาติและยังช่วยในการล้างสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย 2. ดื่มน้ำมากๆ ผู้ชายควรดื่มน้ำอย่างน้อย 3.7 ลิตร และ ผู้หญิง 2.7 ลิตรต่อวัน เพราะการดื่มน้ำน้อยจะทำให้อุจจาระแข็งและนั่นยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก การดื่มน้ำเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะทำให้อุจจาระนิ่มลงจึงทำให้ขับถ่ายง่ายสะดวก น้ำและน้ำผลไม้บางชนิดสามารถแก้อาการท้องผูกได้ดี เช่น น้ำลูกแพร์ น้ำแอปเปิ้ล น้ำสับปะรด น้ำลูกพรุน เป็นยาระบายจากธรรมชาติที่จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ 3. กินอาหารที่มีกากใยสูง อาหารที่มีกากใยเป็นยาระบายตามธรรมชาติชั้นดีโดยจะช่วยให้อุจจาระกักเก็บน้ำได้มากขึ้นจึงทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มลงนั่นเอง ร่างกายคนเราควรได้รับไฟเบอร์อย่างน้อย 20-35 กรัมต่อวัน เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ อาหารที่มีใยอาหารสูง ได้แก่ กะหล่ำดาว แอปเปิ้ล มะเดื่อ ธัญพืช ถั่วดำ เมล็ดฟักทอง งา เมล็ดทานตะวัน และ เมล็ดแฟลกซ์ 4. กินลูกพรุนเป็นประจำ ลูกพรุนไม่เพียงแต่มีไฟเบอร์สูงเท่านั้น แต่ยังมีซอร์บิทอล (Sorbital) ซึ่งเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติที่จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ลูกพรุน 100 กรัม มีซอร์บิทอล 14.7 กรัม แต่ถ้าคุณไม่ชอบรสชาติของลูกพรุนก็สามารถดื่มน้ำลูกพรุนแทนได้ แม้ว่าน้ำลูกพรุนจะมีไฟเบอร์น้อยกว่าแต่รับรองว่าช่วยแก้ท้องผูกได้แน่นอน 5. สมุนไพรช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ ลูกซัด (Fenugreek), ไซเลี่ยมฮัสค์หรือเทียนเกล็ดหอย เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายและทำให้อุจจาระนิ่มลง ดังนั้นถ้าคุณมีอาการท้องผูกจึงควรลองกินสมุนไพรเหล่านี้และดื่มน้ำตามมากๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ 6. กินโยเกิร์ต หากคุณมีอาการท้องผูกแนะนำให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนม แต่สำหรับโยเกิร์ตเป็นข้อยกเว้นเพราะโยเกิร์ตมีโปรไบโอติกอย่าง Bifidobacterium longum หรือ Bifidobacterium animalis ซึ่งได้มีการศึกษาพบว่าแบคทีเรียเหล่านี้สามารถช่วยกระตุ้นให้ขับถ่ายบ่อยขึ้น ที่มาจาก https://brightside.me/