ดูดวง

วิเคราะห์เบอร์มือถือ กับหมอเค้ก

แนะนำเบอร์มือถือ จากหมอเค้ก

เบอร์การเงิน

เบอร์โชคลาภ

เบอร์การศึกษา

เบอร์ความรัก

เบอร์การงาน

เบอร์สุขภาพ

หมอเค้ก

ทำนายฝัน

ทำนายฝัน ฝันเห็น ... เสื้อผ้า ลิง งู งูเหลือม ต้นไทร นก เพื่อน พวงมาลัย อุบัติเหตุ ภูเขา ป่าดงดิบ กินข้าว

คำแนะนำในการทำนายฝัน
เพื่อให้การ ทำนายฝันแม่นยำ ควรให้ตั้งจิตคิดถึงสิ่งแรก ที่เห็นในฝัน เช่น หากท่านฝันว่า "เดินไปที่แห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นเต่า อยู่ริมน้ำ"คำที่ควรใช้ ทำนายฝัน คือ "เต่า" เป็นต้น

ทายนิสัย

ทำนายนิสัย และ ความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นในชีวิต จากจำนวนกำไลที่สวมใส่

ทำนายนิสัย และ ความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นในชีวิต จากจำนวนกำไลที่สวมใส่

ทำนายนิสัย จากจำนวนข้อมือที่สวมใส่อยู่ ทั้งยังสามารถบอกความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นในชีวิตได้อีกด้วย เช็กก่อนจะได้ใส่ได้ถูกต้อง

ดูดวงตามราศี

ดูดวง 12 ราศี ประจำเดือนมีนาคม 2562 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ดูดวง 12 ราศี ประจำเดือนมีนาคม 2562 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ดูดวง 12 ราศี ประจำเดือนมีนาคม 2562 ราศีใดจะรุ่ง ราศีใดจะร่วง ต้องทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น ไปฟังคำทำนายพร้อมวิธีปฏิบัติ โดย อ.คฑา ชินบัญชร กันเลย

เนื้อหาแนะนำ

10 ลุค ผิวโกลว์สู้แสง แต่งหน้าออกงาน เดินพรมแดง MThai Top Talk About 2019

10 ลุค ผิวโกลว์สู้แสง แต่งหน้าออกงาน เดินพรมแดง MThai Top Talk About 2019

MThai Top Talk About 2019 งานประกาศรางวัลที่เป็นที่สุดของโลกออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่ามีศิลปินและดาราตบเท้าก้าวเข้าสู่พรมแดงกันเพียบ แต่ที่เห็นจะโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นใดก็คงเป็นเมคอัพบนใบหน้าของสาวๆ ที่เรียกได้ว่าสวยรับกับแสงแฟลชได้ดีทีเดียว เท่าที่สังเกตเห็น สาวๆ ในปีนี้เน้นการแต่งสไตล์เผยผิว โชว์ผิวโกลว์ ไม่ว่าจะมาในลุคแซ่บหรือลุคหวานๆ Women MThai จึงได้รวบรวมภาพของเหล่าคนดังหญิง เอาไว้เป็นไอเดียการแต่งหน้าออกงานให้สาวๆ ที่กำลังหาตัวอย่าง มาอัปเดตสไตล์การแต่งหน้าออกงานในปี 2019 กันหน่อย เวลาไปออกงานจะได้สวยเด่นกว่าใคร! นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์ สู่ขวัญ บูลกุล เบลล่า ราณี แคมเปน ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร เมจิ อโณมา คุก บี น้ําทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ มารี เบิร์นเนอร์ ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น จินตหรา พูนลาภ 5 เทคนิค แต่งหน้าออกงาน ให้ติดทน เชื่อว่าสาวๆ หลายคน ที่อยากจะลงมือแต่งหน้าออกงานเอง จะต้องกังวลในเรื่องของความติดทน เพราะไม่มีใครอยากจะพกเครื่องสำอางไปเติมหน้าอยู่ตลอดเวลาหรอก ออกงานทั้งทีก็อยากจะจอยกับเพื่อนๆ ไม่ห่วงค่ะ เพราะเรามี 5 เคล็ดลับแต่งหน้าออกงาน ให้ติดทนมาฝาก รับรองว่าส่องกระจกกี่ครั้งเมคอัพก็ยังแน่นอยู่เหมือนเดิม 1. เตรียมผิวให้ดี การเตรียมผิวให้ชุ่มชื้น อย่างการมาสก์หน้าก่อนวันงาน และทาครีมบำรุงผิวก่อนการลงเมคอัพ จะช่วยให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้น และพร้อมสำหรับการแต่งหน้า ซึ่งจะทำให้รองพื้นที่ทาซึมเข้าผิว เกลี่ยง่าย และเนียนสนิทกับผิว เมื่อรองพื้นซึมดีและไม่เป็นคราบเกาะอยู่บนพื้นผิว ก็ไม่ต้องกังวลใจว่ารองพื้นจะหลุดได้ง่ายๆ เลย โดยถ้าคุณมีผิวที่ค่อนข้างมัน แนะนำให้ทาเป็นเซรั่มแทนครีม 2. ค่อยๆ ลงที่ละขั้นตอน จำไว้ว่าทุกขั้นตอนมีความสำคัญ จะลงลวกๆ เหมือนการแต่งหน้าประจำวันไม่ได้ โดยในแต่ละขั้นตอนที่ลงควรจะต้องใจเย็น ค่อยๆ ลงทีละน้อย หากยังไม่พอใจก็ค่อยๆ เติมไป วิธีนี้จะช่วยให้เมคอัพต่างๆ ที่เราลงไปนั้นติดทนมากขึ้น และอย่าลืมให้เวลาเมคอัพแต่ละตัวได้เซตให้เข้ากับผิวเสียก่อนที่จะทาตัวต่อไปนะ 3. ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำหรือครีม แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำหรือครีม ก่อนที่จะลงชนิดฝุ่นลงไป อย่างเช่นบลัชออนและอายแชโดว์ โดยเลือกที่มีเฉดสีใกล้เคียงกัน วิธีนี้จะช่วยให้เมคอัพชนิดฝุ่นที่เราลงไปนั้นเกาะกับผิวมากขึ้น และถึงแม้ว่าจะมีหลุดไปบ้าง เจ้าตัวผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำหรือครีมที่เราได้ทาไปก่อนหน้า จะเป็นเหมือนเบสที่เกาะอยู่ที่ผิว ทำให้มั่นใจได้ว่าบริเวณนั้นจะไม่มีซีดเซียวไปอย่างแน่นอน 4. เลือกผลิตภัณฑ์ชนิดที่กันน้ำและติดทน ถึงแม้ว่าคุณอยากจะแต่งหน้าให้ได้ลุคธรรมชาติ เมคอัพโนเมคอัพ หรือลุคดิวอี้ แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดที่บางเบาตามไปด้วยนะคะ การแต่งหน้าออกงานที่จะต้องเจอกับไฟและแฟลช ทั้งยังจะต้องรักษาให้ลุคนั้นติดทนอยู่กับเราด้วย ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรเป็นชนิดที่ติดทนและยิ่งกันน้ำด้วยยิ่งดี ส่วนเรื่องความเป็นธรรมชาติของลุคนั้นๆ มันอยู่ที่ขั้นตอนและวิธีการลงเมคอัพต่างหาก อย่าเข้าใจผิดไปนะจ๊ะ 5. อย่าประโคมทุกอย่างเยอะเกินความจำเป็น เข้าใจนะว่ากลัวเมคอัพที่ลงไปจะไม่ติดทน หรือกลัวว่าพอไปถึงงานแล้วเมคอัพที่เราลงๆ ไปนั้นจะซีดเสียก่อน แต่การประโคมทุกอย่างหนักๆ อาจทำให้ความสวยงามของการแต่งหน้าลดลง ลองคิดถึงใบหน้าที่แก้มสีเข้มเป็นปืด คิ้วเข้ม บล็อกตาแน่น หน้าแน่น แน่นไปหมด... นอกจากไม่สวยแล้ว เมคอัพที่ประโคมลงไปก็จะจับกันเป็นก้อนบนพื้นผิว และเยิ้มไม่เป็นท่าเลยล่ะ https://seeme.me/ch/gossipstar/kjWeYV บรรยากาศงาน MThai Top Talk-About 2019 เรียบเรียงโดย: Women MThai Team รูปภาพจาก: thivaritthisa, palmy.ig, gamwichayanee, we_arebellaclub
6 ฮวงจุ้ย จัดห้องรับประทานอาหารเพิ่มพลังชีวิตดีๆ ให้คนในบ้าน

6 ฮวงจุ้ย จัดห้องรับประทานอาหารเพิ่มพลังชีวิตดีๆ ให้คนในบ้าน

แน่นอนว่าทุกคนอยากใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย แม้แต่ภายในห้องรับประทานอาหาร ที่มักจะเป็นพื้นที่แห่งความรวดเร็ววุ่นวาย เราก็ยังหวังที่จะสร้างความสุขสงบและพลังงานดีๆ ขึ้นมาให้ได้ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง? เราก็มีวิธีง่ายๆ ที่สอดคล้องทั้งความสวยงามและสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ด้วยการทำตามหลัก ฮวงจุ้ย แบบตะวันออกโบราณไม่กี่ข้อข้างล่างนี้มาฝากกัน 1.สร้างห้องรับประทานอาหารที่เป็นสัดส่วน สำหรับการตกแต่งบ้านสมัยใหม่ มีบ้านจำนวนไม่น้อยเลย ที่มักจะรวบรัดห้องรับประทานอาหารรวมไว้กับห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น ทำให้ดูครึ่งๆ กลางๆ ไม่เป็นสัดเป็นส่วนอย่างชัดเจน เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้แบบไม่ต้องเล่นใหญ่ถึงขั้นสร้างผนังกั้นห้องใหม่ แต่เพียงใช้ฉากกั้น บานพับ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงแต่โปร่ง ก็สามารถช่วยรักษาพลังงานฮวงจุ้ยดีๆ ไว้ได้เช่นกัน 2.จัดการแสงสว่าง แสงสว่างเป็นเรื่องสำคัญเสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮวงจุ้ยหรือเรื่องของการตกแต่งบ้านธรรมดา เพราะฉะนั้นห้องกินข้าวควรจะต้องถูกเติมเต็มด้วยชั้นแสงที่เพียงพอสม่ำเสมอ โดยคุณสามารถหยิบกระจกมาใช้ในการสะท้อนภาพและแสงเพื่อเสริมความพิเศษและบรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารมากขึ้นได้ 3.ทำเลที่ตั้งอยู่ห่างจากห้องน้ำและประตู พยายามหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่ตั้งระหว่างห้องน้ำและห้องกินข้าวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  ซึ่งประตูหลักจะต้องโปร่งโล่งไม่มีสิ่งกีดขวางตามเส้นทางที่จะทอดยาวเข้ามาสู่ภายในห้อง โดยนำโต๊ะและเก้าอี้หัวโต๊ะวางห่างจากประตูให้มากเข้าไว้ 4.เลือกใช้งานศิลปะสีสันสดใส การตกแต่งห้องด้วยงานศิลปะ เป็นวิธีที่ดีในการรักษาพลังงาน และกระตุ้นบรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารได้อยู่เสมอ โดยคุณสามารถเลือกใช้ภาพของอาหารรสเลิศหรืองานศิลปะอื่นๆ ในโทนสีเหลือง ส้ม และแดง เข้ามาเป็นพื้นหลังของห้อง 5.โต๊ะอาหารรูปทรงวงรีหรือทรงกลม แม้โต๊ะอาหารทรงเหลี่ยมจะเป็นที่นิยม แต่ในทางฮวงจุ้ย ผลที่ดีนั้นจะมาจากการใช้โต๊ะอาหารรูปทรงโค้งมน เช่น วงรีหรือทรงกลม และพยายามหลีdเลี่ยงโต๊ะที่มีมุมเหลี่ยม แหลมคมให้มากที่สุด 6.ใช้น้ำหรือวัสดุจากธรรมชาติเข้ามาใช้ในการตกแต่ง พยายามจัดการห้องรับประทานอาหารให้อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ โดยอาจจะอยู่ข้างสระน้ำ หรือบ่อน้ำ เชื่อมต่อออกไปด้วยประตูกระจกบานเลื่อน และเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติเข้ามาตกแต่งเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบ ผ่อนคลาย และน่าดึงดูด เพียงเท่านี้ ห้องกินข้าวของทุกคนก็สามารถสวยงามและดีต่อพลังกายพลังใจไปได้ในเวลาเดียวกันแล้วล่ะค่ะ ที่มา www.decoist.com
6 อาหาร สำหรับผู้ป่วย ไข้เลือดออก ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด ทำให้หายเร็วขึ้น!!

6 อาหาร สำหรับผู้ป่วย ไข้เลือดออก ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือด ทำให้หายเร็วขึ้น!!

ไข้เลือดออก (Dengue fever) เป็นโรคติดต่อโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค หากติดเชื้อครั้งแรกอาการมักไม่รุนแรงมาก แต่ถ้าหากติดเชื้อครั้งที่ 2 แล้วต่างสายพันธุ์จากครั้งแรกมักมีอาการรุนแรงมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งการรักษาควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ซึ่งอาหารเหล่านี้จะช่วยให้หายป่วยได้เร็วขึ้น อาหารสำหรับผู้ป่วย ไข้เลือดออก ใบมะละกอ น้ำใบมะละกอมีสรรพคุณช่วยเพิ่มเกล็ดเลือดได้ดี สำหรับใครที่ป่วยเป็น ไข้เลือดออก เพียงแค่นำใบมะละกอมาบดแล้วคั้นน้ำมาดื่ม ช่วยเพิ่มเกล็ดเลือดได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถต้มใบมะละกอแล้วนำน้ำมาดื่ม นี่อาจจะเป็นการรักษาแบบแผนโบราณที่ดีสำหรับการรักษาโรคไข้เลือด บร็อคโคลี่ บร็อคโคลี่เป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเคซึ่งช่วยในการสร้างเกล็ดเลือด หากผู้ป่วยมีจำนวนเกล็ดเลือดลดลงอย่างรวดเร็วควรรับประทานบร็อคโคลี่เป็นอาหารบำรุงทุกวัน นอกจากนี้บร็อคโคลี่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุต่างๆอีกมากมาย ทับทิม ทับทิมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุมากมายที่จำเป็นต่อร่างกาย การรับประทานทับทิมจะบรรเทาอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า อีกทั้งทับทิมยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งมีประโยชน์ต่อเลือดและยังช่วยรักษาระดับเกล็ดเลือดให้เป็นปกติจึงช่วยในการฟื้นตัวจากโรคไข้เลือดออกได้เร็วขึ้น ผักโขม ผักโขมเป็นผักที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก กรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้นและยังช่วยเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือดอีกด้วย ไข่ไก่ ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนสูง ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี โปรตีน 7 กรัม อีกทั้งยังมีกรดอะมิโนจำเป็นในปริมาณที่สูงซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ กรดอะมิโนจำเป็นมีความสำคัญเพราะจะไปช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ไข่ไก่ยังมีวิตามินเอ วิตามินดี และธาตุเหล็ก ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มในร่างกายของเราให้แข็งแรง และยังช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงได้มากขึ้นอีกด้วย นมถั่วเหลือง โปรตีนจากถั่วเหลืองมีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ถั่วอุดมไปด้วยวิตามินบี 9 หรือ โฟเลต ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ดังนั้นจึงควรดื่มนมถั่วเหลืองทุกวันเพื่อที่ร่างกายจะได้ฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้น https://www.ndtv.com/