หมอลักษ์กับประวัติกว่าจะมาเป็น”หมอฟันธง”

Home / หมอดู, เรื่องเด่นดูดวง / หมอลักษ์กับประวัติกว่าจะมาเป็น”หมอฟันธง”

หมอลักษ์กับประวัติกว่าจะมาเป็น”หมอฟันธง”

กว่าจะมาเป็น”หมอฟันธง”
สมัยก่อนทุกบ้านจะต้องมี ตำราพรมชาติ สมัยเด็กๆ ผมอยู่ที่บ้านว่างๆ ก็จะชอบเปิดอ่าน  แล้วก็จะมาสะดุดอันนี้เลย เปิดมาเจอปั๊บคือ ตำราทายเครื่องเพศชายหญิงแล้วมันสนุกดีคือคำทายมันจะเป็นกลอน มันจะต้องเอาวันเดือนปีเกิดมาบวกกัน ได้เศษเท่าไหร่แล้วนำมาทาย เช่น

” เศษหนึ่งท่านพึงขาน วัดโดยยาว 6 นิ้วไม่ใช่สั้นทั้งเจ้าชู้ได้ชั่วครัน  หัวใจนั้นชอบเล่นได้เคล้าคลึง “

เห็นมั้ย เด็กๆมันก็สนุกตรงทะลึ่งนี่แหละ(หัวเราะ) ก็ไม่ได้คิดอะไร  จนกระทั่งมาเรียนที่    มัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ฯผมก็จะตามเพื่อนไปจีบสาวที่หอสมุด เราก็ไม่รู้จะทำไงดีก็หยิบตำราที่วางอยู่บนโต๊ะมาอ่านแก้เขิน บังเอิญเป็นตำราลายมือ ก็ไม่ได้สนใจก็อ่านไปอย่างนั้นเอง  ทีนี้พอสาวๆ เขาเห็นเขาก็สะกิดกันมาให้เราดู  ผมก็มั่วบ้างเดาบ้างดูบ้าง เราก็ว่า…เออวะ วิชานี้มันน่าจะได้ผลถ้าเราศึกษามัน

จนกระทั่งมาเรียนที่ ม.หอการค้าไทยเนี่ยก็ได้  ก็เริ่มไปศึกษาที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมป์ที่อยู่ตรงข้ามวัดบวรฯ แล้วหาหนังสือมาอ่านอาจารย์ท่านไหนที่เก่งๆ เราก็จะตามไปเสียตังค์ดู อย่างระเบียง โหรโรงแรมรอยัล ไปขอเคล็ดวิชา ขอตรงๆบ้าง ไปแกล้งหลอกขอวิชาบ้าง( หัวเราะ) วิธีหลอกก็ไม่ยาก เช่น หมอดูเนี่ยจะไม่ค่อยถูกกัน อย่าง หมอดู ก. กับ ข. เป็นหมอดูลายมือเหมือนกันถ้าไปดูกับอาจารย์ ก. แล้วบอกว่า” อาจารย์ครับ หมอดู ข. เขาบอกว่าอย่างนี้……แล้วเราก็พูดผิดๆไป อาจารย์เค้าก็จะบอกว่าไม่ใช่….ต้องอย่างนี้ก็จะได้เคล็ดวิชามาฮะ(หัวเราะ)

อุปสรรคในการเรียนโหราศาสตร์ไทย
มีมากเลย หนึ่งนะหาครูบาอาจารย์ยาก แปลว่าครูส่วนใหญ่มักหวงวิชา ไม่สอนด้วยความเปิดเผย สองที่เรียนก็หายากและไม่มีการเรียนการสอนเป็นหลักสูตร  คือขึ้นอยู่กับอาจารย์อยากสอนอะไรก็สอน ไม่มีวัตถุประสงค์หลักเกณฑ์ หลักการเหมือนในมหาวิทยาลัย บางวิชาเรียนไปไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ทำให้ต้องใช้เวลาเรียนเยอะ แล้วถ้าเราอายุน้อยๆมาศึกษาก็จะถูกมองว่าปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยิ่งเวลาไปพยากรณ์ด้วยแล้วก็ถูกมองว่าไม่อาวุโส   วิชาโหราศาสตร์ที่ผมสนใจก็จะเป็นหัตถศาสตร์ไทย โหราศาสตร์ไทย ก็คือศาสตร์ด้านลายมือกับดวงนั่นล่ะฮะ เพราะมันเป็นของไทย ผมเป็นพวกอนุรักษ์นิยมและมันก็เป็นเหมือนแม่บทของวิชาโหราศาสตร์ด้วย และวิชาโหราศาสตร์นี้เนี่ยเป็นวิชาที่ไม่เหมือนวิชาอื่นๆทั่วไปนะ ที่เรียนเพื่อต้องการสอบให้ผ่าน  แต่นี่เรียนแล้วไม่มีการสอบ  คนที่มาดูกับเราคือผู้ที่จะสอบเรา ผู้ที่จะออกข้อสอบเรา เราจะรู้ผลด้วยตนเองจากกิริยาที่แสดงออกมา

ปัจจัยที่จะทำให้ดูดวงแม่น
ถ้าพูดตามหลักการ ก็คือวันเดือนปีเกิดต้องแน่นอน แต่ผมคิดอย่างขึ้นอยู่กับดวงของหมอดูในปีนั้นด้วยนะ เพราะหมอดูเองก็เป็นคนปรกติพื้นชะตาของหมอดูคนนั้นว่ามีวาสนาขนาดไหน แต่ที่ชัดเจนทำให้การทำนายแม่นยำที่สุดผมสรุปได้เลยว่าต้องประกอบไปด้วย “ศาสตร์” คือองค์ความรู้   ” ศิลป์ ”  คือศิลป์ในการถ่ายทอด ที่ดูแล้วน่าสนใจและก็ ” Sens”  สามอย่างนี้ถ้ารวมกันจะทำให้หมอดูยิ่งใหญ่ได้ เรื่องของการพยากรณ์ที่รู้สึกว่าแม่นยำของผมที่สามารถเปิดเผยได้เรื่องหนึ่งก็คือ ครั้งหนึ่งมีสุภาพสตรีกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเขามาให้ผมดูดวงเรียกว่าเป็นการส่วนตัว เขาก็ไม่ได้บอกชื่อกับผม เพียงถามผมว่าเขาอยากอยู่ในวงการสื่อแต่เป็นประเภทนักเขียน จะมีความสำเร็จหรือไม่เขาก็อัดเทปไว้เลยนะ  ผมก็บอกว่าจะประสพความสำเร็จอันรุ่งโรจน์เลย โดยเฉพาะในปี 2545-2546 จะเป็นปีทองของชีวิตที่จะมีชื่อเสียงในระดับประเทศหรือระดับโลกนะครับแล้วหลังจากนั้นผมก็ลืมไปแล้ว

 

ต่อมาก็มีเพื่อนคนหนึ่งเขามาบอกว่ามีสุภาพสตรีคนหนึ่งอยากจะพบ แล้วเขาก็บอกว่าจำเขาได้ไหม  เขาคือ คุณ(น้อย)  นันทวัน หยุ่น เป็นภรรยาคุณ สุทธิชัย หยุ่น เขาบอกว่า “คุ่น” คุณปราบดา หยุ่น ได้รับรางวัลซีไรส์  และได้มอบปากกาเป็นที่ระลึกพร้อมพระเลี่ยมทององค์หนึ่ง เป็นน้ำใจที่ว่าเคยพยากรณ์ให้แล้วแม่นยำนะครับ  นี่คือความประทับใจมากเลยนะ

ถ้ามีคนมาหาว่าเรางมงาย
คำถามนี้ก็เคยมีคนถามนะ ผมเองก็เคยคิดของผมเองนะว่าจะทำไง ก็เลยคิดวิธีนี้ดีกว่า  ถ้าคุณมาดูกับผมจะดูลายมือพิมพ์ไว้เลย ดูดวงชะตาก็เขียนวันเดือนปีเกิดไว้เลยแล้วผมจะทำนายออกมาเป็นข้อๆเลย ว่าเป็นคนยังไงอดีตเป็นยังไง โดยเขาไม่ต้องบอกอะไรผม แล้วผมจะถามเจ้าตัวเลยว่าที่ผมทำนายเนี่ยถูกถึง 60 %ไหม  ถ้าไม่ถูกไม่เอาเงิน เพราะผมถือว่าถ้าผมดูอดีตให้คุณไม่ได้ ปัจจุบัน อนาคตผมจะดูให้คุณได้ยังไง  จริงๆผมอยากให้หมอดูทุกคนเอาวิธีนี้ไปใช้นะ คนดูน่าจะเอาวิธีนี้ไปบังคับหมอดูนะว่า ถ้าดูไม่แม่นไม่ควรเอาเงิน เพื่อจะได้ให้หมอดูพัฒนาตนเอง และดูเพื่อรักษาเกียรติของตนเอง

 

นอกจากนี้ผมเขียนหนังสือเยอะมากเลยนะอย่างเช่น เป็นคอลัมป์นิสใน นสพ.ไทยโพสต์รายวัน  นสพ. บางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ มายาชาแนลเกี่ยวกับบันเทิง นสพ.บ้านเมืองเกี่ยวกับลายเซ็น และผมก็เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ไทย อยู่ที่สถาบันพยากรณ์ศาสตร์ สอนอยู่ที่โรงแรมของสถาบันราชภัฎสวนดุสิตเป็นหลัก จะมีหลักสูตรที่ผมพยายามปรับปรุง ให้มีหลักเกณฑ์หลักการนะซึ่งกำลังคิดจะเสนอหลักสูตรไปทางกระทรวงศึกษาธิการนะครับ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครทำเลย เพราะบางท่านก็หวงวิชาบ้างอะไรบ้าง ผมอาจจะทำเป็นคนแรกของไทย ไม่ใช่ต้องการดังนะ แต่เพื่อเป็นการอนุรักษ์ต่อไป เผื่อจะมีการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ไทยต่อไปจะได้ไม่หายไปหมดพร้อมกับคนครับ

บทสัมภาษณ์จาก นิตยสาร MONO

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา