อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา กับประสบการณ์การเป็นนักพยากรณ์

Home / หมอดู, เรื่องเด่นดูดวง / อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา กับประสบการณ์การเป็นนักพยากรณ์

อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา กับประสบการณ์การเป็นนักพยากรณ์

“ผมเริ่มศึกษาโหราศาสตร์ตั้งแต่ 4 ขวบ เพราะคุณพ่อผมเป็นทนาย และกำลังศึกษาเรื่องหมอดูพอดี ผมเป็นลูกคนโต ตอนนอนก็นอนกับพ่อ พ่อก็ท่องตำราเราก็จำไปตามตำราที่พ่อท่อง พ่อไปไหนก็ติดสอยห้อยตามพ่อไปด้วย ซึมซับมาเรื่อยๆ

ตอนป. 3 ป. 4 เราก็ดูลายมือให้เพื่อนนักเรียนด้วยกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นสัญชาตญาณ ตามหลักโหราศาสตร์จะเรียกว่าเป็นกรรมพันธุ์ ผมศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ตอนเรียนมัธยมก็ได้เป็นหมอดูประจำโรงเรียน ตอนเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ได้ ก็มาเรียนที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทย เรียนทั้งโหราศาสตร์ โหงวเฮ้ง ลายมือ เรียนหมดเลย ก็สอบได้ประกาศนียบัตรมา พอเรียนเสร็จก็มีงานการกุศล ผมก็ได้เข้ามาดูหมอสมัครเล่นการกุศล ตอนนั้นอายุ 20 – 21 ปี ถือว่าอายุน้อยที่สุดในรุ่นช่วงที่ศึกษา สำหรับผมมันไม่มีอุปสรรคอะไรเลย ถือว่าราบรื่นมาก คือคนเราถ้าดวงมันราบรื่นก็จะราบรื่นไปอย่างนั้นตลอด ถ้าดวงทำอะไรขลุกขลักตั้งแต่ต้น อยู่ไปมันก็ขลุกขลักไปตลอด เค้าเรียกว่าการเริ่มต้นที่ดี ก็จะไม่มีอุปสรรคอะไรเลย ทางนั้นถือเป็นทางดีของเรา

คำทำนายเกิดความแม่น
เพื่อให้คำทำนายเกิดความแม่นยำยิ่งขึ้น คนที่มาดูต้องมี วัน เดือน ปีเกิดที่ต้องตรง แต่ถ้าคนที่ไม่แน่ใจเรื่องวัน เดือน ปีเกิด ก็สามารถดูจากเลขบัตรประชาชนของเค้าได้ แต่ความแม่นยำทั้งหมดมันอยู่ที่ประสบการณ์ ผมต้องดูหลายๆ อย่าง ดูการพูดคุย ดูบุคลิก ดูโหวงเฮ้ง ดูลายมือประกอบกันไป

มีหลายๆ เหตุการณ์ที่ผมทำนาย แล้วตรงกับที่ผมพูดไป อย่างเช่น

คุณปุ๋ย ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก ได้เป็นนางงามจักรวาล แต่ตอนแรกที่ทายคือ ได้เป็นนางสาวไทยก่อน และก็ดู ไทเกอร์ วูดส์ คนนี้ทายมาตั้งแต่เด็กว่าจะได้เป็นแชมป์โลก นักกอล์ฟ ตรงนี้ทายมาเป็น 10 กว่าปีมาแล้ว ทายน้าชาติ (ชาติชาย ชุณหะวรรณ) จะเสียชีวิตในวันนั้น ทายว่าบิ๊กจ๊อด จะได้เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ครั้งนี้ทายว่าจะเกิดสงครามอิรัก

ผมทำงานเป็นวิทยากรโหราศาสตร์ เขียนคอลัมน์ของเดลินิวส์มาประมาณ 25 ปีแล้ว เมื่อก่อนเคยทำคอลัมน์กีฬา และตอนนี้ผมมีอีกงานนึงคือ ได้เป็นที่ปรึกษาพิเศษของ Media of Media คอยตรวจดวงชะตาของคนที่มาสมัครงาน เอาประวัติ เอาดวงชะตาของเค้ามาดูตามหลักโหราศาสตร์ นี่เป็นบริษัทฯ แรกที่เค้าทำอย่างเป็นจริงเป็นจังในเรื่องนี้

การเป็นหมอดูที่ดี..
การเป็นหมอดูที่ดี คือ ต้องสร้างบุญกุศล ไม่ทำการเพื่อการพาณิชย์ ต้องเสียสละ เอื้อเฟื้อ

เงินที่ได้ส่วนหนึ่งต้องช่วยเหลือคน อีกส่วนหนึ่งนำมารักษาสมอง รักษาความเจ็บป่วย รักษาชีวิตเราบ้าง จรรยาบรรณอยู่ที่สมองเราว่าเรื่องไหนควรพูด หมอดูต้องเป็นนักจิตวิทยา พูดถูกต้องแต่ให้มันดี

คงมีหลายๆ คนที่ไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่ผมอยากจะบอกว่าโหราศาสตร์ก็เหมือนวิชาทั่วๆ ไปที่เจริญมาได้เป็นพันๆ ปี ตรงนี้มันต้องมีเหตุผลของมัน เราควรจะรู้เอาไว้เพราะโลกมันเปลี่ยน ถ้าเราเอาโหราศาสตร์มาประกอบกับวิทยาศาสตร์ได้มันจะ Perfect ที่สุด เพราะการที่เราสามารถรู้อะไรล่วงหน้า มันจะทำให้เราเข้าใจชีวิตที่แท้จริง ชีวิตเรามันมีขึ้นมีลง ถ้าเรารู้ล่วงหน้ามันจะได้เปรียบ”

ขออนุญาตใช้เนื้อหา