ติ๊ก กลิ่นสี จุดเริ่มต้นสู่ การดูดวง

Home / เรื่องเด่นดูดวง / ติ๊ก กลิ่นสี จุดเริ่มต้นสู่ การดูดวง

ติ๊ก กลิ่นสี เปลี่ยนระบบความคิด จากการดูดวง

ความ สงสัยใคร่รู้ มักเป็นจุดเริ่มต้น ที่ก่อให้เกิดประกายแห่งการศึกษาค้นคว้า ซึ่งนำไปสู่ภูมิความรู้เฉพาะด้านอันล้ำลึกเสมอ ดังเช่นผู้ชายที่มีหน้าตาเป็นอุปกรณ์เสริม ในการสร้างเสียงหัวเราะให้เบ่งบานคนนี้ ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ความสงสัยที่เกิดขึ้นจากอาการฉงนสนเท่ห์ ในความอัศจรรย์ของลายเส้นบนฝ่ามือ จะทำให้เขาฝังรากลึกลงไปในศาสตร์แห่งการทำนาย ซึ่งคาบเกี่ยวอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อ อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเอาเสียเลย

ติ๊ก กลิ่นสี.

…..“ที่ผมมาสนใจเรื่องดวงชะตา ก็เพราะเกิดขึ้นมาจากความสงสัย คือสมัยที่เรียนอยู่ที่ศิลปากร มีอาจารย์คนหนึ่งแกมาดูลายมือให้แล้วก็บอกว่า อืม…ดีนะ เป็นคนดวงดี มีชื่อเสียง พูดเป็นฉากๆ เลย ผมก็ งง…สงสัยว่า เฮ้ย! แกดูยังไง? แล้วรู้ได้ยังไง? นั่นแหละก็เลย ทำให้เกิดความสนใจไปหาหนังสือมาศึกษา โดยคิดว่า เราศึกษาไว้เพื่อประกอบการดำเนินชีวิตด้วย”

…..ในระหว่างที่อยู่ในวงการ ผมก็ยังคงสนใจศึกษาเรื่องการดูดวงอยู่นะ

แต่ลายมือที่มันติดมากับตัวเรา ไม่ได้หมายความว่า จะตรงคำทำนาย 100% หรอก เพียงแต่ให้โอกาสความเป็นไปได้เนี่ย มันมีสูง

และมันก็เกี่ยวพันกับหลักสถิติด้วย แล้วพอเริ่มดูเป็น ผลก็ดูให้คนอื่นๆ นอกจากจะเป็นการหาประสบการณ์แล้ว ในจิตใต้สำนึกของเรายังดูให้เขาด้วยความหวังดี อยากจะบอกทิศทางเขา ซึ่งถ้าทำอย่างนี้มันก็จะเป็นโชคของเรา แต่คนส่วนใหญ่ที่มาขอให้ผมดูให้ มักมีคำถามเหมือนๆ กันหมด อย่างเช่น

จะรวยเมื่อไหร่? แฟนคนนี้เป็นยังไง? ควรจะเลิกกับคนนี้แล้วไปคบกับคนนั้นดีมั้ย?

เนี่ย มันเป็นคำถามที่ทุกคนชอบถาม และต้องถามเวลาที่ดูดวง แต่ไม่มีใครถามหรอกว่า จะใช้ชีวิตให้มีความสุขน่ะ มันต้องทำยังไง

…..สิ่งที่ผมได้จากการศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ คือมันเป็นการช่วยเปลี่ยนระบบทางความคิด ทำให้เราเป็นคนมีความคิดที่ดีขึ้น เพราะตามปกติแล้ว ในสมองคนเรามักจะชอบคิดอยู่อย่างเดียว คือเรื่องที่มันเป็นวิบากกรรม คิดอยู่แต่ด้านลบ ที่ถูกต้องคือเราต้องคิดในด้านบวกก่อนสิ พอสมองคิดแต่เรื่องดีๆ ร่างกายก็จะหลั่งสารเคมีออกมาช่วยทำให้เกิดภูมิต้านทาน สุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตามไปด้วย

…..อย่างภรรยาผมที่เสียชีวิตไป ผมก็เคยดูลายมือให้เขา จริงๆ แล้วเขายังไม่ถึงเวลาตาย เพราะลายมือเขาดี ผมคิดว่าจริงๆแล้วเขาคงเป็นนางฟ้า หนีลงมาเกิด เขามาอยู่กับเราเพื่อทดสอบเรา ซึ่งเขาก็เป็นคนที่มีจิตสัมผัสเรื่องแปลกๆ และเหมือนเขาขี้เกียจอยู่ต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้ เขาก็เลยไป แต่เรื่องนี้จะพูดกับใครก็ไม่ได้หรอกว่า…

ติ๊ก กลิ่นสี

เนี่ย…ภรรยาผมเขาเป็นนางฟ้า ไปพูดให้ใครฟัง

เขาก็ได้ด่าเอาสิ บ้ารึเปล่าว่ะ ไอ้นี่!

…คือใครที่อยู่ในระบบความคิดคนละระบบกับผม ฟังเรื่องนี้แล้วอาจจะงง ไม่เข้าใจ แต่ถ้าอยู่ในระบบเดียวกัน จะเข้าใจได้ไม่ยาก

…..คนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย แต่ทำไมคนเราถึงกลัวความตายกันนัก นั่นก็เพราะว่า เราไม่รู้ชีวิตหลังความตายมันเป็นยังไง ไม่รู้ว่า ตายแล้วไปไหน แต่สำหรับตัวผม ผมมองว่า ความตายมันเป็นเรื่องปกติ ธรรมชาติ เราไม่รู้หรอกว่า วันไหนจะต้องตาย ดังนั้นเราจึงควรใช้ชีวิตที่มีอยู่ตอนนี้ ให้มีความสุข เท่านั้นก็พอแล้ว

…..วัฏจักรของมนุษย์ ย่อมมีกระบวนการในตัวของมันเองอยู่แล้ว อย่างที่ไม่มีทางที่ใครจะหลีกพ้นได้ วันนี้แม้คุณจะยังเป็นหนุ่มสาวอายุน้อย ที่แข็งแรงสมวัย แต่ใครล่ะจะคาดคิดได้ว่า การดำรงอยู่ของตัวตนในวันนี้ จะไปสิ้นสุดลง จนหลงเหลือเพียงแค่เถ้าถ่านในวันไหน ดังนั้นเราน่าจะใช้ชีวิตอย่างสุขสันต์หรรษา บนรากฐานของระบบความคิดที่เป็น Positive เหมือนอย่างเขาคนนี้กันดีกว่า

บทสัมภาษณ์จากนิตยสาร Mono

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา