คำโบราณว่าไว้…..ตัดเล็บอย่างไรให้มีโชคลาภ ?

Home / ดูดวง คำทำนายอื่นๆ, เรื่องเด็ดดูดวง, เรื่องเด่นดูดวง / คำโบราณว่าไว้…..ตัดเล็บอย่างไรให้มีโชคลาภ ?

วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com ขออนุญาตินำมาเล่าสู้กันฟังในวันว่างค่ะ “เล็บ” เป็นสิ่งที่ต่อจากกระดูก โดยงอกแทรกออกมาจากเนื้อและหนังของเรา นับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของคนเรา การจะตัดทิ้งหรือตัดออก ย่อมมีผลกระทบต่อเราโดยตรง หากเราตัดเล็บในวันไม่ดี บ่อยๆครั้งเข้า อาจทำให้ชีวิตเรามีเรื่องเกิดขึ้น ซึ่งบางครั้งเรามักไม่เคยสังเกตุว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง ทั้งด้านดีและไม่ดี

ดังนั้นเวลาจะตัดเล็บ ควรจะดูวันที่ควรจะตัดสักหน่อย อย่างน้อยๆ ไม่ได้ทำให้เราเสียเงินหรือเสียเวลาอะไรมากมาย เป็นการเดินตามผู้ใหญ่ไม่มีโทษอะไร ท่านว่าไว้: “อันความเชื่อในครั้งบรรพกาล ของคนรุ่นผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ถือปฏิบัติมาเพื่อเสริมมงคลและโชคลาถให้แก่ชีวิต”

ตัดเล็บ

วันอาทิตย์ คนโบราณสอนว่าควร ตัดเล็บ ในวันอาทิตย์ ท่านว่าจะมีโชคลาภและมีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต

วันจันทร์ คนโบราณสอนว่าควรตัดเล็บในวันจันทร์ ท่านว่าจะมีโชคใหญ่ ถ้าเล็บยาวและตัดไม่ทันในวันอาทิตย์ก็ให้ตัดในวันจันทร์แทน

วันอังคาร คนโบราณสอนว่าห้ามตัดเล็บในวันอังคาร ท่านว่าวันอังคารเป็นวันดุ หากตัดเล็บวันนี้จะทำให้เสียทรัพย์มาก ทำให้ราศีมัวหมอง

วันพุธ คนโบราณสอนว่าควรตัดเล็บในวันพุธ ท่านว่าวันพุธเป็นวันมงคล ใครตัดเล็บวันนี้จะมีแต่เรื่องดีๆที่เป็นมงคล แคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง

วันพฤหัสบดี คนโบราณสอนว่าห้ามตัดเล็บในวันพฤหัสบดี ท่านว่าห้ามตัดเล็บวันพฤหัสบดีเพราะเป็นวันครู หากฝ่าฝืนจะทำให้ชีวิตเดือดร้อน ยุ่งยาก มีแต่เรื่องปวดหัว

วันศุกร์ คนโบราณสอนว่าควรตัดเล็บในวันศุกร์ โบราณท่านว่าวันศุกร์นี้เป็นมงคลนัก ควรจัดการสะสางเล็บของตนให้สะอาดเรียบร้อย แล้วจะได้โชคลาภ มีความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์

วันเสาร์ คนโบราณสอนว่าห้ามตัดเล็บในวันเสาร์ ท่านว่าการตัดเล็บในวันเสาร์จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพอนามัยของตนเอง ทำให้ได้ป่วยไข้ไม่สบาย มีแต่โรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง

สรุปว่าในหนึ่งสัปดาห์ โบราณท่านห้ามตัดเล็บ 3 วัน คือวันอังคาร วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ นอกจากคำสั่งสอนเรื่องควรหรือไม่ควรตัดเล็บในวันทั้งเจ็ดแล้ว โบราณท่านยังห้ามการตัดเล็บในวันพระอีกด้วย ท่านกล่าวว่าใครตัดเล็บในวันพระจะทำให้เจ็บป่วยไม่สบาย มีแต่ความเดือดร้อนและอายุสั้น

ตัดเล็บ

ที่มาจาก : www.เกร็ดความรู้.net

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา