คำทำนายที่กลายเป็นจริง!! เด็กผู้หญิงคนนี้จะมีบุญวาสนาได้เป็น พระราชินี

เมื่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีอายุราว 2 ปี ขณะที่พี่เลี้ยงอุ้มอยู่นั้นก็มีแขกเลี้ยงวัวเข้ามาทำนายทายทัก ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะมีบุญวาสนาได้เป็นราชินีในอนาคต ดังที่ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้เล่าไว้ ความว่า

วันหนึ่งขณะที่พี่เลี้ยงอุ้ม ม.ร.ว.สิริกิติ์ เดินเล่น พอดีขณะนั้นมีแขกเลี้ยงวัว ซึ่งเป็นเพื่อนของแขกยามประจำบ้านมาหากัน พอแขกที่มาเหลือบเห็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ ก็จ้องมองพร้อมทั้งกวักมือเรียกพี่เลี้ยงขอให้เห็นใกล้ ๆ หน่อย เมื่อเข้ามาใกล้มองดูสักครู่ก็พูดว่า “ต่อไปจะเป็นมหารานี” พี่เลี้ยงได้ฟังก็ชอบใจเที่ยวเล่าให้คุณยายและใครต่อใครฟัง ถึงไม่เชื่อแต่ก็ปลื้มใจ ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.สิริกิติ์ เจริญวัยขึ้น เลยเป็นเหตุให้คุณพี่ชายทั้งสองคนเอามาล้อเลียนเป็นที่ขบขันว่าเป็นราชินีแห่งอบิสซีเนีย (เอธิโอเปียในปัจจุบัน) บางครั้งถึงกับทำให้ผู้ถูกล้อต้องนั่งร้องไห้ด้วยความอายและเจ็บใจ แต่พี่ชายทั้งสองก็ยังไม่หยุดล้อ กลับเอาเศษผ้าขาด ๆ มาทำเป็นธงโบกอยู่ไปมา พร้อมทั้งบอกว่าเป็นธงประจำตัวของราชินี…”

 ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ที่มาจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

       

ปีสุดท้ายแห่งการเรียนในโรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ ของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีเรื่องเล่ากันว่า ก่อนที่จะต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษนั้น พระองค์ท่านได้ทรงเล่าให้เพื่อนร่วมชั้น เรียนฟังอย่างสนุกสนานระคนความไม่เชื่อว่า วันหนึ่งมีหมอดูเดินเข้าไปในวังเทเวศน์ และพยากรณ์ดวงชะตาของพระองค์ท่านว่า ในอนาคตจะได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล และ วันหนึ่งจะได้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เป็นถึงพระราชินี บรรดาเพื่อนๆนักเรียนที่สนิทชิดชอบที่ห้อมล้อมฟังอยู่ ต่างพากันชอบอกชอบใจ บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อโดยเห็นเป็นเรื่องของหมอดูคู่กับหมอเดา อย่างไรก็ตามเพื่อนๆต่างพากันสถาปนาด้วยอารมณ์ของเด็กๆ โดยขานพระนามพระองค์ท่านว่า “ราชินีสิริกิติ์”

แล้วในปีพุทธศักราช 2492 เมื่อมีข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกาศหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อาจารย์ที่เคยได้ฟังนักเรียนพูดกันถึงเรื่อง “ราชินีสิริกิติ์” ถึงกับตกตะลึงและร้าลึกถึงความหลังในครั้งนั้น พูดกับนักเรียนที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ว่า เห็นไหมล่ะ ที่พวกเธอพูดกันเล่นๆ อย่างคะนองปากและสนุกสนานนั้น บัดนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว”

ในช่วงที่พำนักอยู่กับพระบิดา ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส การดำรงชีวิตของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดูจะไม่เอิกเกริกนัก ด้วยทรงไว้พระองค์อย่างสมพระเกียรติ เนื่องจากยังอยู่ในวัยศึกษา คำพยากรณ์ของหมอดูที่ว่า จะมีวาสนาสูงส่งเป็นถึงพระราชินีก็ค่อนข้างที่จะลืมเลือนกันไป แต่ด้วย พรหมลิขิต ที่พระมหากษัตริย์หนุ่มของไทย ทรงโปรดกรุงปารีสและโปรดเส้นทางหลวงข้ามประเทศซึ่งมีความยาว ถึง 350 ไมล์โดยทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง ทำลายสถิติความเร็วจากนครโลซานถึงปารีส ด้วยเวลาเพียง 3 ชั่วโมงเศษ เพื่อทอดพระเนตรการแสดงของวงดนตรีที่มีชื่อเสียงตามสถานมหรสพต่าง ๆ อยู่เสมอ และในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังกรุงปารีสนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็โปรดประทับที่สถาน เอกอัครราชทูตไทย เช่นเดียวกับนักเรียนไทยอื่น ๆ ทั่วไป ได้ทรงร่วมสังสรรค์กับหมู่นักเรียนไทยอย่างใกล้ชิดและ เป็นกันเอง ณ ที่แห่งนี้เอง คือ จุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างพระองค์กับครอบครัว “กิติยากร” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ธิดาสาวของท่าน  เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส

คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน

พระราชินีสิริกิติ์

ที่มาจาก “คู่พระบารมีศรีแผ่นดิน”

สารคดี เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Copyright © 2016 MThai.com All rights reserved. หมายเลขทะเบียนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ : 0127114707040