ดูดวง

วิเคราะห์เบอร์มือถือ กับหมอเค้ก

แนะนำเบอร์มือถือ จากหมอเค้ก

เบอร์การเงิน

เบอร์โชคลาภ

เบอร์การศึกษา

เบอร์ความรัก

เบอร์การงาน

เบอร์สุขภาพ

หมอเค้ก

ทำนายฝัน

ทำนายฝัน ฝันเห็น ... ปืน สุนัข ไฟไหม้บ้าน เรือ อาบน้ำ ฟัน เครื่องบิน งานศพ ผีตายโหง เครือญาติ หนอน ว่ายน้ำ

คำแนะนำในการทำนายฝัน
เพื่อให้การ ทำนายฝันแม่นยำ ควรให้ตั้งจิตคิดถึงสิ่งแรก ที่เห็นในฝัน เช่น หากท่านฝันว่า "เดินไปที่แห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นเต่า อยู่ริมน้ำ"คำที่ควรใช้ ทำนายฝัน คือ "เต่า" เป็นต้น

ทายนิสัย

ทายนิสัย จากลักษณะของหนังที่ชอบดู เอาไว้แอบเช็กคนรอบข้างก็ได้นะ แม่นมาก!

ทายนิสัย จากลักษณะของหนังที่ชอบดู เอาไว้แอบเช็กคนรอบข้างก็ได้นะ แม่นมาก!

ทายนิสัย จากรสนิยมการดูหนัง มาดูกันว่าหนังแต่ละประเภทนั้นสามารถสื่อตัวตนของเขา และเธอ ออกมาได้อย่างไรบ้าง อ.แพธ มีคำตอบมาให้แล้ว คลิกเลย

ดูดวงตามราศี

3ราศี มีโอกาสดี กีฬาพารวย ไม่ว่าจะทำเป็นธุรกิจ หรือจะทำเป็นอาชีพ ก็รวย!

3ราศี มีโอกาสดี กีฬาพารวย ไม่ว่าจะทำเป็นธุรกิจ หรือจะทำเป็นอาชีพ ก็รวย!

ดูดวงราศี มีอยู่ 3ราศีที่มีโอกาสดี กีฬาจะพารวย ไม่ว่าจะเป็นการทำธุกิจเกี่ยวกับกีฬา หรือได้ข้องเกี่ยวกับกีฬาก็ตาม จะมีราศีอะไรบ้าง อ.คฑา มีคำตอบมาให้

เนื้อหาแนะนำ

ลดยังไงก็เท่าเดิม! เปิด 5 เหตุผลที่ทำให้คุณ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ สักที

ลดยังไงก็เท่าเดิม! เปิด 5 เหตุผลที่ทำให้คุณ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ สักที

ภารกิจ ลดน้ำหนัก เป็นภารกิจระดับชาติของสาวๆ ที่ไม่ว่าใครก็อยากทำให้สำเร็จกันทั้งนั้นแหละ ซึ่งผู้หญิงอย่างเรารู้ดีว่า นอกจากจะต้องมีระเบียบวินัยแล้ว ใจเรายังสู้มากๆ อีกด้วย ถึงจะลดน้ำหนักจนมีหุ่นที่ดูเพรียว สวยเป๊ะได้ ส่วนสาวๆ คนไหนที่ชั่งน้ำหนักทุกวัน แต่มันก็ยังไม่ลดลงไปสักขีด เป็นเพราะเหตุผลเหล่านี้หรือเปล่า ลองมาเช็กกันดูนะ ผู้หญิงคนนี้อายุ 37 สร้างซิกแพคภายใน 3 เดือน อยากรู้ไหมว่าเธอทำได้ยังไง? 5 เหตุผลที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่สำเร็จ!! 1. หยุดตามใจปากไม่ได้ รู้หมดแต่มันอดไม่ได้ นี่แหละศัตรูตัวร้ายของการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะพวกของทอด ของหวาน น้ำอัดลม ที่คุณอาจจะนึกว่ากินก่อนแล้วค่อนไปออกกำลังกายทีหลัง แต่คุณคะ...!! เชื่อเถอะว่าผู้หญิงที่พูดแบบนี้ร้อยทั้งร้อย ไม่ลืมก็ขี้เกียจทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้ายังอยากมีหุ่นที่ดูสวยและเพรียว ต้องรู้จักควบคุมให้เป็น อย่าตามใจปากมากจนเกินไป 2. ออกกำลังกายแบบขาดๆ หายๆ  นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดอีกด้วย ลองคิดดูสิว่า ถ้าคุณออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ แล้วน้ำหนักมันจะไปลงได้อย่างไร เพราะการกินกับการเบิร์นออกมันไม่สมดุลกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องหักโหมออกกำลังกายนะคะ ทุกอย่างต้องอยู่ในความเหมาะสมและพอดี ถึงจะได้ผลดีที่สุดค่ะ 3. เครียดจนกดดันเกินไป 99.99% ของผู้หญิงอย่างเราๆ ล้วนต้องการให้น้ำหนักส่วนเกินนั้นหายไปในเร็ววันทั้งนั้น หลายๆ คนอยากให้น้ำหนักลดลงมาก จนหมกมุ่นอยู่กับตารางการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย ส่งผลให้ตัวเองกดดันและเครียด สุดท้ายก็ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที ท่องไว้เลยนะคะ ว่าไม่มีใครลดน้ำหนักได้ภายใน 3-5 วันหรอก ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป 4. ลดน้ำหนักผิดวิธี สาวๆ หลายคนมักคิดว่า การอดอาหาร จะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ขอบอกเลยว่าผิดมหันต์มากๆ ค่ะ!! เพราะเมื่อร่างกายเราไม่ได้รับสารอาหารที่ต้องการ ร่างกายก็จะต้องไปดึงสารอาหารจากส่วนต่างๆ มาใช้ ส่งผลให้มื้อต่อไปหิวมากกว่าปกติ จนทำให้เรากินเยอะ สุดท้ายร่างกายก็ยังคงได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น แล้วเราก็ยังอ้วนอยู่ดีนั่นแหละ 5. พักผ่อนไม่เพียงพอ รู้ไหมว่าการนอนน้อย หรือนอนไม่ครบ 6-8 ชั่วโมง วันรุ่งขึ้น เราจะสามารถกินอาหารได้มากขึ้นถึง 300 แคลอรี่เลยนะ! เมื่อรู้แบบนี้ก็ควรจัดระเบียบเวลาเข้านอนซะใหม่ ถ้ายังอยากมีทั้งสุขภาพและหุ่นที่ดีอยู่ ลดหน้าท้องส่วนล่าง สร้างซิกแพคที่บ้านใน 2 สัปดาห์ด้วยท่าเด็ดๆ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team
ฮวงจุ้ยบันได วางบันได ตำแหน่งไหนถึงจะดี?

ฮวงจุ้ยบันได วางบันได ตำแหน่งไหนถึงจะดี?

บันไดในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นตัวเชื่อมโยงของพลังชี่ ระหว่างพื้นบ้านในแต่ละชั้น และยังเป็นตัวสร้างความเคลื่อนไหว เกิดการเคลื่อนที่ของพลังงาน ถ้าวางตำแหน่ง ฮวงจุ้ยบันได ผิด ย่อมส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยแน่นอน แต่ถ้าวางตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็อาจจะช่วยเสริมโชคลาภได้ ดังนั้น เราลองมาดูการวางบันไดที่ถูกหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่า การสร้างบันได ไม่ใช่จะสร้างอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้มีความแข็งแรง ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย และเกิดอุบัติเหตุต่อสมาชิกในครอบครัวได้ง่าย “บันไดบ้านคือทางเดินของมังกร” ซึ่งถือว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ให้ความสำคัญกับบันได ที่เชื่อกันว่ามีการบัญญัติหลักวิชานี้ภายหลังในสมัยเฉียนหลงแห่งราชวงค์ชิง ซึ่งเป็นรัชสมัยที่ให้ความสำคัญความสำคัญในเรื่องของทำเลและการดูดาว ดังที่มีเรื่องเล่าว่า จักรพรรดิเฉียนหลงได้ให้สร้างหอดูดาวที่ให้สูงเท่ากับหอหลิงไถ สมัยราชวงศ์เซี่ย 3,000 กว่าปีโดยประมาณ เพื่อคอยดูดาวกษัตริย์ หรือ อ๋องชายแดนที่จะกระด้างกระเดื่อง กบฏต่อแผ่นดินของพระองค์ โดยพระองค์จะเสด็จขึ้นลงหอนี้เป็นประจำ 1. บันไดไม่ควรวางอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน เพราะจะทำให้กระแสชี่ไหลเข้าบ้านไม่สะดวก อีกทั้งยังทำให้กระแสชี่ไหลออกนอกบ้านได้ง่าย ลักษณะอย่างนี้ในทางฮวงจุ้ยหมายถึง “เก็บทรัพย์ไม่อยู่” หรือ “ขัดทรัพย์” เรียกได้ว่า หาเงินมาเท่าไหร่ ก็ไม่มีเหลือ 2. หากจำเป็นจะต้องทำบันไดบริเวณประตูทางเข้าบ้าน ควรทำเลี่ยงมาทางด้านข้างแทน เพื่อให้บริเวณหน้าประตูเป็นชานพัก แต่ต้องระวังอย่าทำบันได 2 ข้าง ในลักษณะเดินขึ้นข้างหนึ่ง แล้วไปลงอีกข้างหนึ่ง เพราะบันไดจะเข้าข่ายเมรุเผาศพ คนโบราณถือว่าอัปมงคลยิ่ง 3. ห้ามวางตำแหน่งบันไดไว้ใจกลางของบ้าน ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่าเป็นตำแหน่งหัวใจของบ้าน เพราะฉะนั้นการจะนำอะไรไปวางในจุดนี้ จะต้องพิจารณาให้มากๆ ซึ่งในกรณีจุดกลางบ้านเป็นบันได จะถือว่าเป็นข้อเสียและเป็นข้อห้ามในทางฮวงจุ้ย เพราะจะทำให้เจ้าของบ้านอยู่ไม่ติดบ้านหรือชีพจรลงเท้า เนื่องจากบันไดมีสภาพที่เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง นอกจากนี้ อาจทำให้เจ้าของบ้านเป็นโรคหัวใจได้ง่าย เพราะตำแหน่งหัวใจจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา 4. ตำแหน่งบันไดที่ดี ควรอยู่ข้างบ้าน อาจอยู่ซ้ายหรือขวาก็ได้ โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาจากประตูทางเข้าบ้านเป็นหลัก ถ้าประตูทางเข้าอยู่ซ้าย บันไดก็ควรอยู่ขวา แต่ถ้าประตูอยู่ขวา บันไดก็ควรอยู่ซ้าย จึงจะถือว่าดี แต่ตำแหน่งที่ดีที่สุดควรวางไว้ส่วนกลางของบ้าน ไม่ใช่ใจกลางบ้าน อย่าสับสน เหตุผลก็คือเป็นจุดที่สะดวกที่สุด เพราะเวลาจะเดินไปหน้าบ้านหรือหลังบ้าน จะมีระยะห่างที่พอๆกัน   5. บันไดไม่ควรอยู่ในทิศตรง (ออก ตก เหนือ ใต้) อาจจะทับดาวเสน่ห์ของสมาชิกในบ้านได้ การหันตำแหน่งทางขึ้นบันไดแนะนำให้หันในทิศเฉียง โดยไม่ควรอยู่ในทิศหลักอย่าง ตะวันออก เหนือ ใต้ หรือตะวันตก เพราะอาจจะทับดาวเสน่ห์ของสมาชิกในบ้าน บดบังพลังบวกต่าง ๆ หากหันในทิศเฉียง เช่น ตะวันออกเฉียงเหนือ แทน จะช่วยเปิดทางได้มากขึ้น (ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูแบบละเอียด) 6. บันไดห้ามชันและแคบ บันไดที่ดีจะต้องลาดชันไม่เกิน 45 องศา บันไดที่กว้างย่อมดีกว่าแคบ เพราะจะทำให้การเดินจะสะดวก ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ความกว้างไม่ควรต่ำกว่า 1 เมตร ขนาดที่เหมาะสมที่สุดอยู่ที่ 1.2 - 1.5 เมตร ความสูงอยู่ที่ระหว่าง 15 - 20 ซม. โดยความสูงที่ดีที่สุดอยู่ที่ 17.5 ซม. และความลึกของบันไดอยู่ที่ 25-30 ซม. หากความลึกน้อยกว่านี้จะทำให้การเดินนั้นอันตรายและไม่สะดวก 7. บันไดบ้านไม่ควรเทออกจากประตูห้องนอนในระยะกระชั้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณบันไดจะมีสภาพเหมือน Slope เทออกตลอดเวลา ดังนั้นกระแสอากาศจะไหลออกจากประตูสม่ำเสมอ หากประตูห้องนอนของท่านรับพลังงานจากองศาทิศทางที่ดี จะมีผลให้เกิดการนำพาพลังงานที่ดีนั้นออกไปอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นเดียวกัน โดยสภาพของบันไดที่กระชั้นกับประตูห้องนอนเกินไปนั้นคือระยะที่ต่ำกว่า 1-2 เมตร ยิ่งบันไดใกล้ประตูยิ่งมีผลกระทบมาก ทางแก้ไขให้นำฉากมากั้นระหว่างประตูกับบันได 8. ควรมีชานพักคั่นกลางบันได เพื่อป้องกันการสภาพการไหลของกระแสอากาศที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาบริเวณบันได ไม่ให้มีอัตราเร่งของการไหลที่สูงจนเกินไปนัก การทำชานพักที่กลางระยะความสูงรวมของบันได ถือว่าจะเป็นตัวที่ช่วยในการชะลอการไหลของกระแสอากาศได้   9. ขั้นบันไดห้ามเป็นเลขคู่ เป็นเพราะในทางสถาปัตยกรรมศาสตร์นั้น สถาปนิกส่วนใหญ่จะชอบออกแบบตามหลักการที่ว่า หากเราเริ่มเดินด้วยเท้าข้างใด ควรจะจบขั้นสุดท้ายด้วยเท้าอีกข้าง เพื่อจะทำให้เกิดความสมดุลย์ของการทรงตัวในขณะที่เดินขึ้นและลงบันได แต่คนโบราณเชื่อว่าเลขคี่จะหมายถึงคนเป็น ส่วนเลขคู่จะหมายถึงคนตาย 10. บ้านที่มีบันไดนอกบ้าน คือ บันไดโจร บันไดบ้านไม่ควรอยู่นอกบ้าน แม้จะสวยงามแต่ถือว่าเป็นบันไดโจร นอกจากจะทำให้ผู้อาศัยมีเกณฑ์เสียเงินเสียทองแล้ว ยังเป็นการเปิดทางให้กับมิจฉาชีพเข้าสู่ตัวบ้านง่ายขึ้นด้วย 11. สำหรับบ้านทรงไทยหรือบ้านยกพื้นสูง หากมีบันไดออกมานอกบ้าน แนะนำให้ทำบันไดทางซ้ายหรือขวาของประตูบ้าน จะทำให้เก็บเงินได้ดี   โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดของการวางบันไดในหลักการตามศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงองศาทิศทาง ( Compass Feng Shui Theory ) คือซินแสจะวางบันไดบ้านอยู่ในองศาทิศทางที่ดีประจำอยู่ ดังนั้นเพื่อการจัดฮวงจุ้ยให้ได้ผลที่ดีที่สุดนั้น การวางบันไดควรได้รับการวางให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยตั้งแต่ช่วงออกแบบบ้านเพราะบันไดนั้นถือเป็นโครงสร้างหนึ่งของบ้านที่ไม่สามารถแก้ไขทีหลังได้แล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ซินแสหวาง
ตอบคำถาม แปรงฟันวันละ 2 ครั้งพอไหม แปรงฟันเมื่อไหร่ ถึงจะเหมาะสม?

ตอบคำถาม แปรงฟันวันละ 2 ครั้งพอไหม แปรงฟันเมื่อไหร่ ถึงจะเหมาะสม?

โดยปกติแล้ว คนเราจะ แปรงฟัน อยู่ที่ 2 ครั้ง/วัน แต่บางคนค่อนข้างที่จะรักษาความสะอาดในช่องปากมากเป็นพิเศษ จึงจะแปรงฟันมากกว่า 2 ครั้ง วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันว่า แท้ที่จริงแล้วแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง พอหรือไม่? การแปรงฟัน คือการกำจัดสิ่งสกปรกในช่องปาก ซึ่งก็คือ คราบจุลินทรีย์ ที่จะทับทมกันอยู่บนตัวฟัน ขอบเหงือกและรากฟันที่ไม่มีเหงือกหุ้มห่อ โดยเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้จะดำรงชีพอยู่ได้ด้วยอาหารที่ผ่านในปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตกค้างอยู่ตามซอกมุมอับต่างๆ และที่สำคัญได้แก่ น้ำตาลเป็นอาหารสำคัญของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคฟันผุ ที่สำคัญการเกิดจุลินทรีย์สามารถเกิดได้อย่างรวดเร็ว หากแปรงฟันไปแล้ว 5-10 จุลินทรีย์ก็สามารถก่อตัวขึ้นมาใหม่ได้ เพราะฉะนั้นต่อแปรงฟันมากกว่า 2 ครั้ง ก็ยังไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ไปได้อย่างสิ้นเชิง แปรงฟันกี่ครั้ง ถึงจะเหมาะสม? การแปรงฟัน วันละ 1-2 ครั้ง เพียงพอสำหรับผู้ที่เหงือกและฟันปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถในการแปรงฟันให้ถูกวิธีของแต่ละคนว่ามีมากน้อยเพียงใด หากสามารถแปรงฟันได้ถูกวิธีและนานเพียงพอ (ครั้งละ 2-3 นาที) อาจจะแปรงฟันวันละ 1 ครั้งก็ได้ แต่หากไม่แน่ใจ ก็ควรจะแปรงฟันวัน 2 ครั้ง ช่วงเวลาไหนควรแปรงฟัน? ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแปรงฟันที่สำคัญได้แก่ ตอนก่อนนอน ทั้งนี้ เนื่องจากในเวลานอนหลับ ร่างกายของคนเราจะทำงานน้อยลง รวมทั้งต่อมน้ำลายจะหลั่งน้อยลงด้วย อำนาจการชะล้างจากน้ำลายก็ลดลงตามส่วน นอกจากนี้ ระยะเวลาที่นอนของแต่ละคน ก็นานถึง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นเศษอาหาร รวมทั้งคราบจุลินทรีย์ที่สะสมบนฟัน ในปาก ก็มีโอกาสปล่อยสารพิษมาทำลายเหงือกและฟันได้เป็นเวลานานด้วย การแปรงฟันในระยะเวลาก่อนนอนจึงเท่ากับเป็นการทำความสะอาดฟัน กระตุ้นเหงือก และลดโอกาสที่เชื้อจุลินทรีย์จะมาทำลายสุขภาพในช่องปากด้วย และยิ่งในกรณีที่ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ในการป้องกันโรคฟันผุนั้น การแปรงฟันในช่วงเวลาก่อนนอนนี้ จะเปิดโอกาสให้ฟลูออไรด์ทำปฏิกิริยากับฟันและเชื้อจุลินทรีย์ได้เต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนเป็นเวลานานเท่ากับเวลานอนของคุณด้วย ถ้าจะต้องแปรงฟันครั้งที่ 2 ควรแปรงฟันตอนเช้าเพื่อความสะดวก เนื่องจากอุปกรณ์การแปรงฟันมีครบบริบูรณ์ในบ้านมากกว่า ปัญหาอยู่ที่ว่า จะแปรงก่อนหรือหลังอาหารเช้าดี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะแปรงฟันตอนตื่นนอน ก่อนอาหารเช้าโดยอ้างถึงความรู้สึกไม่สะอาดในปากภายหลังนอนมานาน 6-8 ชั่วโมง แต่แท้จริงแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าว ถ้าก่อนนอนได้รับการแปรงฟันดีแล้ว และไม่ได้รับอาหารหรือเครื่องดื่มใดเพิ่ม ที่จะเป็นอาหารสำหรับเชื้อจุลินทรีย์ในปากแล้ว ก็ไม่มีโอกาสที่จะเกิดความสกปรกได้ นอกจากนี้ การแปรงฟันตอนตื่นนอน หลังกินอาหารเช้า ฟลูออไรด์ในยาสีฟันซึ่งเคลือบและทำปฏิกิริยากับฟันจะถูกลบล้างโดยอาหารเช้าทีกินตามมาภายหลังทันทีทันใด เป็นการลดโอกาสที่ฟลูออไรด์จะต่อสู้โรคฟันผุไปด้วย การแปรงฟันในตอนเช้า จึงควรแปรงหลังอาหารเช้า เพื่อกำจัดเศษอาหารในปากไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์ใช้ในการสร้างคราบจุลินทรีย์ได้มากนัก ประกอบกับเป็นการเพิ่มโอกาสให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันทำปฏิกิริยาได้เต็มที่ต่อไปอีก 4-5 ชั่วโมง จนถึงเวลาอาหารกลางวัน และแม้จะเสียความรู้สึกที่ไม่ได้แปรงฟันทันทีตอนตื่นนอนเช้าก็อาจช่วยโดยการดื่มน้ำสะอาด 1-2 แก้ว ก่อนอาหารเช้า ก็ยังอาจช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานคล่องตัวขึ้นอีกด้วย เพื่อสุขภาพและอนามัยในช่องปาก ในการป้องกกันโรคฟันผุและเหงือกอักเสบควรแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า และก่อนนอน โดยต้องไม่ลืม “แปรงฟันและแปรงเหงือก” ที่มา : www.thaihealth.or.th

เข้าระบบ MThai


We don't post anything to Facebook

สวัสดี user