ทำยังไง!!! สะกดวิญญาณ ไม่ให้ผุด ไม่ให้เกิด

Home / ดูดวง คำทำนายอื่นๆ, เรื่องเด็ดดูดวง, เรื่องเด่นดูดวง / ทำยังไง!!! สะกดวิญญาณ ไม่ให้ผุด ไม่ให้เกิด

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือตามทีวีมาแล้วบ้าง เกี่ยวกับเหตุการณ์ การฆาตกรรม แล้วมีการ สะกดวิญญาณ ไว้ แต่บางคนก็อาจจะไม่เชื่อหรือคิดว่าการ สะกดวิญญาณ มีจริงเหรอในยุคสมัยนี้ วันนี้ Horoscope.Mthai.com จึงนำข้อมูล ความเชื่อ เกี่ยวกับการ สะกดวิญญาณ มาให้เพื่อนๆได้อ่านเพื่อเป็นความรู้กันครับ

สะกดวิญญาณ
สะกดวิญญาณ ไม่ให้ผุด ไม่ให้เกิด

เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงซึ่งมีมาช้านานกับ ความเชื่อ เรื่องการ สะกดวิญญาณ คนตายด้วยเหตุผลที่ต่างกัน ในทางพุทธศาสนาหรือ ไสยศาสตร์ เชื่อว่าคนเราประกอบด้วยกันสองส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ร่างกายที่ประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ และอีกส่วนคือ วิญญาณ เมื่อร่างกายหมดสภาพหรือตาย เหลือแต่ วิญญาณ ที่ยังคงอยู่เพื่อรอบางสิ่งบางอย่าง ตัว วิญญาณ นี้เองที่ยังคงล่องลอยและมีอารมณ์ความรู้สึกอยู่ หากมีความแค้น ความโกรธ ความพยาบาท ดวง วิญญาณ ดวงนั้นก็จะมีฤทธิ์เดชมากจนไปทำร้ายหลอกหลอนผู้คน จึงต้องทำการ สะกดวิญญาณ

สะกดวิญญาณ

การสะกด วิญญาณ นั้นมีอยู่หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่สายวิชาที่ร่ำเรียนมา แต่ที่เห็นกันในสังคม และเป็นที่รู้จักกัน เช่น

ขุดเอากะโหลกของวิญญาณ ดวงนั้นขึ้นมา เจาะเอากะโกลกหน้าผากระหว่างคิ้ว หรือที่เรียกว่าปั้นเหน่งแล้วลงอักขระเลขยันต์กำกับ

การซื้อ วิญญาณ โดนการโรยเหรียญตรงศพ หรือใส่ไว้ในปาก

ปิดหูตาจมูกปากของศพ โดยการเอาเหรียญบาทวางลงบนดวงตาทั้งสองข้าง เย็บปากด้วยด้ายสาสิญจน์ เอาเศษดินอุดรูจมูก เอาเหรียญบาทยัดหูทั้งสองข้าง

เอาตะปู 5 นิ้ว ตอกลงบนหน้าอก หน้าฝาก

ปั้นตุ๊กตาเรียก วิญญาณ เข้ามาสิงที่หุ่น มัดด้วยสายสิญจน์แล้วถ่วงน้ำ

ตอกตะปูที่ผ่านการปลุกเสก ตอกให้จมดินตรงหลุมศพ

บีบมะนาวราดศพ หรือตรงบริเวณที่ตาย

ในกรณีเป็นผีสิงที่ เช่น ต้นไม้บ้านเรือน หรือสิ่งของ เอาตะปูที่ผ่านการปลุกเสกตอกลงไปให้จม

สำหรับทุกข้อที่นำเสนอมาเป็นการกระทำที่เป็นบาปทั้งสิ้นนะครับ ท่านผู้รู้หรือพระท่านไม่แนะนำให้ทำ ซึ่งวิธีการทำทุกข้อต้องเป็นผู้ที่ร่ำเรียนวิชามาโดยตรง และทุกขั้นตอนต้องมีจิตที่แน่วแน่ พร้อมบริกรรมคาถาควบคุมทุกขั้นตอน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ เพราะทาง Horoscope.Mthai.com ต้องการนำเสนอเป็นความรู้เท่านั้น ไม่ได้สงเสริมให้มีการเรียนรู้หรือเลียนแบบแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก ghostwiki.blogspot.com
ขอบคุณภาพจาก oknation

ขออนุญาตใช้เนื้อหา