ดูดวง

วิเคราะห์เบอร์มือถือ กับหมอเค้ก

แนะนำเบอร์มือถือ จากหมอเค้ก

เบอร์การเงิน

เบอร์โชคลาภ

เบอร์การศึกษา

เบอร์ความรัก

เบอร์การงาน

เบอร์สุขภาพ

หมอเค้ก

ทำนายฝัน

ทำนายฝัน ฝันเห็น ... เสื้อผ้า เด็กทารก แมว เรือ นกแก้ว ฆ่าสัตว์ พระ แต่งงาน นั่งเรือ ว่ายน้ำ ควาย วัว

คำแนะนำในการทำนายฝัน
เพื่อให้การ ทำนายฝันแม่นยำ ควรให้ตั้งจิตคิดถึงสิ่งแรก ที่เห็นในฝัน เช่น หากท่านฝันว่า "เดินไปที่แห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นเต่า อยู่ริมน้ำ"คำที่ควรใช้ ทำนายฝัน คือ "เต่า" เป็นต้น

ทายนิสัย

ทายนิสัย จากลักษณะของหนังที่ชอบดู เอาไว้แอบเช็กคนรอบข้างก็ได้นะ แม่นมาก!

ทายนิสัย จากลักษณะของหนังที่ชอบดู เอาไว้แอบเช็กคนรอบข้างก็ได้นะ แม่นมาก!

ทายนิสัย จากรสนิยมการดูหนัง มาดูกันว่าหนังแต่ละประเภทนั้นสามารถสื่อตัวตนของเขา และเธอ ออกมาได้อย่างไรบ้าง อ.แพธ มีคำตอบมาให้แล้ว คลิกเลย

ดูดวงตามราศี

ดวงความรัก 12 ราศี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ดวงความรัก 12 ราศี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ดวงความรัก ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 ของแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร อ.คฑา ชินบัญชร มีคำตอบมาให้ จะได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกันได้ถูก

เนื้อหาแนะนำ

สาวเฮลตี้ห้ามพลาด! วิธีเลือก กินอาหารก่อนวิ่ง เพื่อเพิ่มพลัง ต้องทำอย่างไร?

สาวเฮลตี้ห้ามพลาด! วิธีเลือก กินอาหารก่อนวิ่ง เพื่อเพิ่มพลัง ต้องทำอย่างไร?

เชื่อได้เลยว่าสาวๆ เฮลตี้ที่เริ่มหันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย จะต้องเลือกการวิ่ง เป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน นั่นก็เพราะว่ามันเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ แถมจะไปวิ่งที่ฟิตเนสก็ได้ สวนสาธารณะก็ดี แต่ก่อนที่เราจะไปออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น เราก็ต้องมีการเตรียมตัวกันก่อน ไม่ใช่แค่เรื่องชุดออกกำลังกาย หรือรองเท้าวิ่งเท่านั้น แต่มันยังรวมไปถึงวิ่งการกินอาหาร เพื่อเพิ่มพลังก่อนวิ่งอีกด้วย อย่างแรกเลยก็คือ เราต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แล้วก็ไปเสริมด้วยวิตามิน สำหรับสาวๆ คนไหนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ก็อาจจะไปเสริมด้วยอาหารประเภทโปรตีน เช่น ถั่ว ไข่ นม นอกจากนี้สาวๆ ยังต้องดูระยะทางที่จะไปวิ่งอีกด้วย อย่างคุณ โย ยศวดี เอง เธอก็มาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังว่า ตอนเช้าต้องกินกล้วย 2 ใบ ที่ขาดไม่ได้เลยคือเกลือแร่ เนื่องจากเวลาที่เราออกกำลังกายเราจะเสียเหงื่อค่อนข้างเยอะกว่าปกติ น้ำเปล่าอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ตอนตื่นเช้ามาก็อย่าพยายามกินอะไรที่มันหนักท้องเกินไป และควรกินก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมงค่ะ ลองมาฟังคลิปสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ที่ > คลิก https://seeme.me/ch/runwaybyyo/96y3vB?pl=yawalD เรียบเรียงโดย Women MThai Team
ฮวงจุ้ย บ้านอยู่แล้วรวย อยู่แล้วดีมีลักษณะอย่างไร

ฮวงจุ้ย บ้านอยู่แล้วรวย อยู่แล้วดีมีลักษณะอย่างไร

การจัดแต่งบ้าน ปลูกบ้านตามหลักฮวงจุ้ยช่วยเสริมโชคลาภและ เสริมสิริมงคลแก้ดวงชะตาคนในบ้าน ช่วยให้อยู่แล้วรุ่งเรืองร่ำรวยได้ วันนี้เราจึงนำลักษณะบ้านอยู่แล้วรวยมาฝากกันค่ะ  ลักษณะ บ้านอยู่แล้วรวย ลักษณะที่ 1. อยู่แล้วเฟื่องฟู บ้านที่มีลักษณะเป็นตอนยาวลึก หรือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ เป็นบ้านแห่งความเป็นสิริมงคล ส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่อาศัยคิดทำสิ่งใดก็ก้าวหน้า เฟื่องฟู มีแต่ความสุข ความอบอุ่น  ลักษณะที่ 2. ประตูบ้านเสริมโชค บ้านที่มีประตูบ้านอยู่ทางซ้ายมือของตัวบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่า เป็นตำแหน่งมังกรเขียว ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีมากของตำแหน่งประตูที่เปิดเข้า-ออกตลอดเวลา เพราะตำแหน่งที่ว่านี้ถ้าได้เคลื่อนไหวจะเสริมให้บ้านมีโชคลาภเข้ามาอยู่เสมอ ลักษณะที่ 3. บันไดบ้านที่ดี บันไดที่ดีของบ้านต้องมีจำนวนขั้นบันไดเป็นเลขคี่ถึงจะเป็นมงคล ตำแหน่งของบันไดบ้านที่ดี ควรจะอยู่ชิดที่ผนังด้านใดด้านหนึ่งของตัวบ้าน เพราะบันไดบ้านลักษณะดังกล่าวจะช่วยทำให้โชคลาภดี ส่งผลให้คนในบ้านมีความมั่งคั่งและเจริญก้าวหน้าได้ดี ลักษณะที่ 4. ทิศของบ้านที่เป็นมงคล   บ้านที่อยู่แล้วเป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย คือบ้านที่ตั้งหันหน้ารับทางทิศใต้ซึ่งเป็นที่ว่าง เพราะจะมีกระแสลมที่ดีพัดพาแต่พลังอันเป็นมงคลเข้าสู่บ้าน ส่งผลทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้รับโชคลาภและอยู่อาศัยอย่างมีความสุข ลักษณะที่ 5. ลัษณะบ้านทำเงินทำเลทอง บ้านที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำ โดยที่ลักษณะของแม่น้ำนั้นโค้งโอบล้อมเข้าหาตัวบ้าน ถือได้ว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ  ผู้ที่อยู่อาศัยจะได้รับพลังที่ดีคอยเกื้อหนุนอยู่ตลอด ทำให้พบแต่ความสุขและความสำเร็จรวมไปถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง ลักษณะที่ 6. บ้านที่อยู่แล้วมีแต่ความสมบูรณ์   ลักษณะของที่อยู่อาศัย ที่มีรูปทรงของด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกลักษระนี้ว่ารูปทรงถุงทอง ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะที่ดี ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านแบบนี้จะได้รับโชคลาภ และพลังที่ดีคอยส่งเสริมอยู่เสมอทำให้มีแต่ความสุข ความสมบูรณ์ เกิดขึ้นในบ้าน ลักษณะที่ 7. บ้านที่เขียวชอุ่ม อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง บ้านที่มีความเขียวชอุ่มจากต้นไม้ที่ร่มรื่นรอบๆ บ้านถือว่าเป็นลักษณะที่ดีมากๆ เพราะตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นถือ ว่าต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของการงอกงาม ความเจริญเติบโต ฉะนั้นบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ จึงได้รับพลังที่ดีคอยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรือง ความก้าวหน้าอยู่เสมอ ลักษณะที่ 8. สระน้ำมงคล สระน้ำหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นมงคลกับบ้านมากๆ เพราะสายน้ำจะช่วยส่งเสริมเรื่องความสมบูรณ์ร่ำรวยให้กับบ้าน และยังช่วยให้บ้านมีความสุขความร่มเย็นอีกด้วย ลักษณะที่ 9. ปลูกต้นสนในบ้าน ช่วยเพิ่มชื่อเสียง บ้านที่ปลูกต้นสนขนาบไว้ทางด้านซ้ายและขวาที่หน้าบ้าน จะช่วยเสริมให้บ้านเป็นมงคลขึ้น เพราะต้นสนตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นจะสามารถเรียกพลังที่ดีเข้าสู่บ้านได้ ส่งเสริมให้บ้านมีโชคลาภ มีความรัก ความอบอุ่น และยังเสริมดวงการงานของคนในบ้านให้มีความสำเร็จมั่นคงพร้อมด้วยชื่อเสียง เงินทอง หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาฝากในวันนี้ คงเป็นประโยชน์ให้หลายๆ ท่านที่กำลังจะปลูกบ้าน ได้นำไปเป็นไอเดียกันนะคะ  บ้านอยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วจน มีลักษณะเป็นอย่างไร
พาหาคำตอบ เสียงแหบ ไอ เจ็บคอ จน สายเสียงอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไร?

พาหาคำตอบ เสียงแหบ ไอ เจ็บคอ จน สายเสียงอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไร?

กล่องเสียง ประกอบด้วย กระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อหลายชิ้นทำงานร่วมกับสายเสียง ขึงตึงจากด้านในของลูกกระเดือกไปยังส่วนหลังของกล่องเสียง เสียงพูดเกิดจากลมหายใจออกที่ผ่านออกจากปอดและหลอดลม ไปยังสายเสียงช่วงที่เราพูดกล้ามเนื้อของสายเสียงจะดึงสายเสียงให้เข้ามาชิดกัน ลมจากปอดนี้จะดันให้สายเสียงเปิด – ปิด แยกออกเป็นจังหวะมีผลให้สายเสียงเกิดการสั่นสะเทือน ถ้าสายเสียงสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูง เสียงจะสูง ถ้าสายเสียงสั่นสะเทือนด้วยความถี่ต่ำเสียงจะทุ้ม เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของสายเสียงเพียงอย่างเดียวจะมีแต่เสียงสูงต่ำ จนเมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของอวัยวะที่อยู่เหนือสายเสียง คือ อวัยวะในช่องคอและช่องปาก เช่น ลิ้น ฟัน เพดาน ก็จะทำให้เกิดเป็นเสียงพูด จะเห็นได้ว่าสายเสียงเป็นอวัยวะที่สำคัญในการสร้างเสียง หากเกิดปัญหากับสายเสียง เช่น ใช้เสียงผิดวิธี หรือเกิดการติดเชื้อของสายเสียง จะทำให้เกิด สายเสียงอักเสบ บวมแดง เกิดตุ่มที่สายเสียง (vocal nodule) สายเสียงก็จะไม่สามารถผลิตเสียงที่มีคุณภาพดีๆ ได้ ทำให้เกิดเสียงแหบแห้ง หรือเสียงหายตามมา สายเสียงอักเสบ แบ่งเป็น 2 ชนิด 1. สายเสียงอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่มักเป็นชั่วคราว (ไม่เกิน 3 สัปดาห์) ผู้ป่วยมักจะดีขึ้นหลังให้การรักษาสาเหตุ 2. สายเสียงอักเสบเรื้อรัง ส่วนใหญ่มีอาการนานเกิน 3 สัปดาห์ มักเป็นๆ หายๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ สาเหตุของอาการสายเสียงอักเสบ 1. การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อวัณโรค ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เมื่อเป็นหวัดจะมีการอักเสบของบริเวณช่องจมูกและภายในคอ การอักเสบนี้อาจลามต่อไปถึงกล่องเสียงและสายเสียง ทำให้สายเสียงอักเสบ ส่วนใหญ่เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส จะทำให้เกิดการอักเสบของสายเสียง อยู่นาน 1-3 สัปดาห์ แต่เชื้อรา และเชื้อวัณโรค จะทำให้เกิดการอักเสบของสายเสียงนานเป็นเดือน บางรายอาจมีอาการไข้ ไอเรื้อรัง น้ำหนักลดร่วมด้วย 2. การได้รับแรงกระแทกบริเวณกล่องเสียง อาจทำให้สายเสียงอักเสบ หรือการหายใจเอาไอร้อนจัด สารเคมี หรือแก๊สที่ทาให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เข้าไป อาจทาให้สายเสียงอักเสบได้ 3. การใช้เสียงที่ผิดวิธี จนติดเป็นนิสัย เช่น ชอบตะโกนหรือใช้เสียงมากและนานเกินไป อาจทำให้สายเสียงอักเสบได้ เช่น นักร้องช่วงงานชุก, นักการเมืองช่วงหาเสียง, นักพูดที่ต้องพูดนาน 4. การระคายเคืองเรื้อรัง เช่น จากการไอเรื้อรัง, สูบบุหรี่,ดื่มสุรา, น้ำย่อยในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งน้ำย่อยในกระเพาะ อาหารจะไหลย้อนไปที่กล่องเสียงไปสัมผัสสายเสียงที่อยู่ทางด้านหน้า ทำให้สายเสียงอักเสบได้ ผู้ป่วยมักมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอ หลังตื่นนอนตอนเช้า พอสายๆ ก็ทุเลาไปเอง โดยไม่ได้มีอาการเป็นไข้หวัดแต่อย่างใด, ไซนัสอักเสบเรื้อรังแล้วมีน้ำมูกหรือหนองไหลลงคอไประคายเคืองสายเสียง, การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้, ของฉุน, ฝุ่น, ควันเป็นประจำ อาการเป็นอย่างไร? 1. เสียงแหบ บางรายอาจเป็นมากจนถึงขั้นไม่มีเสียงอาจมีอาการหลังเป็นไข้หวัด เจ็บคอ ไอ ถ้าเกิดจากการระคายเคือง มักมีอาการเสียงแหบหลังสูบบุหรี่ หรือดื่มสุราจัด ถ้าเกิดจากการใช้เสียงมักมีอาการเสียงแหบหลังจากร้องเพลงมาก หรือพูดมาก 2. เจ็บคอ, คอแห้ง, รู้สึกคล้ายมีอะไรอยู่ในคอ, กลืนลำบาก ,กลืนเจ็บ,สำลัก 3. มีเสมหะข้นเหลือง/เขียว หรือมีเลือดปน 4. มีไข้นานเกิน 1 สัปดาห์ หรือเสียงแหบนาน เกิน 2 สัปดาห์ น้ำหนักลดร่วมด้วย การตรวจวินิจฉัย เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์ก็จะซักถามอาการต่างๆ จากนั้นแพทย์ก็จะตรวจร่างกาย โดยใช้ กระจกเงาสะท้อนแสง ใส่เข้าไปในปาก เพื่อดูว่าสายเสียงของท่านผิดปกติหรือไม่ บวมหรือไม่ มีก้อนหรือไม่ ทดสอบการทำงานของสายเสียง โดยให้ร้องคำว่า อี อี (indirect laryngoscopy) ถ้าดูแล้วยังสงสัยหรือเห็นไม่ชัด แพทย์ก็จะใช้เครื่องมือพิเศษคือกล้องส่องที่มีเลนส์ขยายพิเศษ ใส่เข้า ทางปาก เพื่อดูรายละเอียดของสายเสียง (telescopy) แต่ถ้าดูยังไม่ชัด แพทย์อาจใช้กล้องชนิดพิเศษที่มีสายอ่อนและ มีเลนส์ขยายใส่เข้าทางจมูก (fiber -optic laryngoscopy) ซึ่งจะทาให้เห็นสายเสียงได้ชัดเจนมากขึ้น การตรวจทั้งหมดนี้ ไม่เจ็บ เพราะ แพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่ก่อนตรวจ ถ้าแพทย์พบก้อนที่ผิดปกติบนสายเสียงแพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ออกมาเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติม การรักษาตามสาเหตุที่พบ - ถ้าเกิดจากไวรัส (เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่) แพทย์จะให้ยาบรรเทาตามอาการ เพราะส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้นเอง - ถ้าเกิดจากแบคทีเรีย (เสมหะข้นเหลือง/เขียว หรือมีทอนซิลอักเสบบวมแดง) แพทย์จะให้ยาต้านจุลชีพ - ในรายที่เกิดจากการระคายเคือง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง (เช่น บุหรี่ สุราการใช้เสียง) - ในรายที่เกิดจากโรคกรดไหลย้อน แพทย์จะให้ยาลดการสร้างกรด และแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง - ถ้าเกิดจากเชื้อราหรือเชื้อวัณโรค แพทย์จะให้ยาต้านเชื้อรา หรือยารักษาเชื้อวัณโรค - ถ้าผู้ป่วยมีตุ่มที่สายเสียง (vocal nodule) ซึ่งเกิดจากการใช้เสียงมากผิดปกติ และผู้ป่วยฝึกการพูดและการใช้เสียงแล้วอย่างน้อย 3 เดือน แต่อาการเสียงแหบยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเอาตุ่มดังกล่าวออก - แพทย์อาจให้รับประทานยาสเตียรอยด์ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลดการบวม และการอักเสบของสายเสียงโดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการใช้เสียงอย่างเร่งด่วนเช่น จะต้องไปร้องเพลง หรือบรรยาย ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้ - งดบุหรี่ สุรา กาแฟ น้ำอัดลม และพักการใช้เสียงจนกว่าอาการจะทุเลา - ดื่มน้าอุ่นมากๆ, หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่อสายเสียง เช่น ฝุ่น, ควัน - รับประทานยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้แก้ไอ ที่มา : ศูนย์โสต-ศอ-นาสิก เฉพาะทาง ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล