ดูดวง

วิเคราะห์เบอร์มือถือ กับหมอเค้ก

แนะนำเบอร์มือถือ จากหมอเค้ก

เบอร์การเงิน

เบอร์โชคลาภ

เบอร์การศึกษา

เบอร์ความรัก

เบอร์การงาน

เบอร์สุขภาพ

หมอเค้ก

ทำนายฝัน

ทำนายฝัน ฝันเห็น ... คนรัก เสื้อผ้า ฟันหัก กบ ต้นไทร ไฟไหม้บ้าน พวงมาลัย อุบัติเหตุ ป่าดงดิบ เครือญาติ แม่น้ำ วัว

คำแนะนำในการทำนายฝัน
เพื่อให้การ ทำนายฝันแม่นยำ ควรให้ตั้งจิตคิดถึงสิ่งแรก ที่เห็นในฝัน เช่น หากท่านฝันว่า "เดินไปที่แห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นเต่า อยู่ริมน้ำ"คำที่ควรใช้ ทำนายฝัน คือ "เต่า" เป็นต้น

ดูดวงตามราศี

เนื้อหาแนะนำ

วิธีปัดมาสคาร่าแบบผิดๆ ที่ควรหยุดทำเดี๋ยวนี้!

วิธีปัดมาสคาร่าแบบผิดๆ ที่ควรหยุดทำเดี๋ยวนี้!

เคยสงสัยไหม ทำไมปัดมาสคาร่าแล้วขนตาไม่งอนเด้งนานสักที ทั้งที่ซื้อมาสคาร่าตัวดังตัวฮิตที่เขาแนะนำกัน นั่นก็เพราะสาวๆ อาจกำลังปัดมาสคาร่าด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องอยู่ก็ได้ เอ๊ะ ! แล้วต้องปัดอย่างไรล่ะ เรามีเคล็ดลับมาบอก ตามมาเล้ยย… 1. ใช้มาสคาร่าแบบ Waterproof ตลอด สาวๆ อาจคิดว่ามาสคาร่าแบบกันน้ำนั้นดี อยู่ทนนาน ไม่หลุดร่วงเลือนรางง่าย ซึ่งมันก็จริง แต่ถ้าสาวๆ ไม่ได้มีความจำเป็นต้องลงน้ำ หรือไปว่ายน้ำเป็นประจำ อาจไม่ต้องใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำก็ได้ เพราะการใช้มาสคาร่าแบบนี้ล้างออกยาก หากเราใช้เป็นประจำ ใช้ทุกวัน เราต้องก็ใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์แบบเข้มข้นในการทำความสะอาด ซึ่งส่งผลให้ขนตาอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่าย 2. หยิบใช้ที ก็ปั๊มที อยากให้เนื้อมาสคาร่าติดขนแปรงขึ้นมาเยอะ ก็เลยปั๊มมันหลายๆ รอบซะเลย ใครทำอยู่ หยุด! เดี๋ยวนี้เลยนะคะ วิธีนี้จะทำให้อากาศเข้าไปด้านใน ซึ่งจะทำให้มาสคาร่าของสาวๆ นั้นแห้งเร็วขึ้น ถ้าอยากได้เนื้อมาสคาร่าติดขนแปรงขึ้นมาเยอะๆ ให้ใช้วิธีควงแปรงในแท่งมาสคาร่าวนไปมาสัก 2-3 รอบแล้วค่อยดึงขึ้นมาใช้ แบบนี้จะได้เนื้อมาสคาร่าติดขนแปรงอย่างที่ใจต้องการ ไม่ทำให้เนื้อมาสคาร่าแห้งไวอีกด้วย 3. มองต่ำปัดมาสคาร่า หลายคนมีความคิดฝังหัวแบบผิดๆ ว่า เวลาปัดมาสคาร่าให้ก้มมองต่ำ มองลงไปในกระจกหรือเอียงคางขึ้นแล้วอ้าปาก แต่ความจริงคุณควรมองได้ทุกทิศทาง และเงยหน้าขึ้น เพื่อปัดให้เนื้อมาสคาร่าแทรกเข้าไปในขนตาได้ทุกเส้น ทุกซอกทุกมุม ซึ่งจะทำให้ขนตาของเรางอนเด้งยาวนานมากขึ้น 4. ดัดขนตาหลังปัดมาสคาร่า กลัวว่าขนตาจะงอนเด้งได้ไม่นาน ก็เลยจัดการดัดขนตาซ้ำอีกรอบ ไม่ได้เชียวนะคะสาวๆ ถ้าไม่อยากให้ขนตาบางแหว่งหายไป หรือไม่อยากเริ่มปัดมาสคาร่าใหม่ เพราะขนตาที่เปื้อนมาสคาร่าแล้วเราไปดัดซ้ำ จากที่ปัดเรียงเส้นสวย อาจจะเลอะ พังติดกันเป็นก้อนเอาได้ อย่าทำแบบนี้เด็ดขาด! นอกจากจะเสียเวลาปัดมาสคาร่า ขนตาหลุดติดมากันที่ดัดขนตาแล้ว ยังทำให้ยางของที่ดัดขนตาเสื่อมเร็วขึ้นด้วยนะคะ 5. ปัดมาสคาร่าแนวนอน เพื่อให้ขนตาเป็นช่อสวย เหมือนติดขนตาปลอม สาวๆ จึงควรปัดมาสคาร่าในลักษณะปัดซ้ายปัดขวาสลับกัน เพื่อให้ขนตาจับตัวกันเป็นช่อขนตาสวยๆ เหมือนติดขนตาปลอม และควรจับด้ามแปรงมาสคาร่าในแนวตั้ง แล้วปัดลงสำหรับการปัดขนตาล่างด้วยนะคะ 6. ปัดแต่ขนตาบน สาวๆ หลายคนก็ปัดขนตาแต่เฉพาะขนตาบน ไม่ปัดขนตาล่าง เพราะคิดว่าแค่ขนตาบนยาวก็สวยแล้ว แต่ … มันดูไม่ธรรมชาติค่ะ และยังทำให้ดวงตาดูเล็ก ไม่กลมโตด้วยนะคะ ที่ถูกต้องจริงๆ สาวๆ ควรปัดมาสคาร่าทั้งขนตาบนและขนตาล่างด้วยนะคะ เพราะการที่ขนตาล่างยาว ก็จะทำให้ดวงตาดูกลมโต สวยธรรมชาติมากกว่า 7. ใช้มาสคาร่าแท่งเดียวปัดขนตา อย่างคำกล่าวว่า "สองย่อมดีกว่าหนึ่ง" ความสวยก็เช่นกันนะคะ เพราะมาสคาร่า 1 ตัว จะมีคุณสมบัติเพียง 1 อย่าง ไม่ว่าคำโฆษณาจะบอกไว้ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมี 2 แท่งติดไว้อยู่ดีค่ะ เพราะบางสูตรก็เหมาะกับเฉพาะแค่ขนตาบน แต่ไม่เหมาะกับขนตาล่าง บางสูตรก็ให้ความยาวอย่างเดียวแต่ไม่ให้ความหนาและดูมีวอลลุ่มนะจ๊ะ คลิป > HOW TO : วิธีปัดมาสคาร่าไม่ให้เลอะ พร้อมสอนติดขนตา https://seeme.me/ch/kittynoofah/kpOrYq เรียบเรียงโดย Women Mthai Teamที่มาและภาพประกอบ www.glamour.com
5 ฮวงจุ้ยตู้ปลา ควรตั้งทิศไหน ถึงจะดี  เสริมพลังชี่ ให้บ้าน

5 ฮวงจุ้ยตู้ปลา ควรตั้งทิศไหน ถึงจะดี เสริมพลังชี่ ให้บ้าน

บางบ้านอาจชอบเลี้ยงปลาเพื่อความสวยงาม แต่หลายบ้านก็เลี้ยงไว้เพื่อความสิริมงคล เพื่อเสริมฮวงจุ้ยด้านการงานและการเงิน แต่ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การวางตู้ปลาเพื่อแก้ไข ฮวงจุ้ย ซึ่งส่วนใหญ่ซินแสมักจะใช้เพื่อแก้ปัญหาของความสมดุลภายในบ้าน เพื่อเพิ่มพลังชี่ หรือเสริมธาตุน้ำในบ้านนั้นๆ ด้วยการใส่ปลาลงไปในน้ำจะยิ่งทำให้น้ำสั่นไหวทั้งวันซึ่งเป็นเรื่องดีค่ะ โดย ซินแสหวาง มีคำแนะนำ เกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยตู้ปลา มาฝากกันดังนี้ 1. รูปทรงของตู้ปลา ควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมยาว (ธาตุไม้) เชื่อว่าจะส่งเสริมให้เกิดความเจริญก้าวหน้า เพราะน้ำจะช่วยส่งเสริมไม้ ตามหลัก  หรือถ้าเลือกตู้ปลาเป็นทรงกลมก็ไม่เป็นไรเพราะรูปทรงกลมก็ช่วยส่งเสริมพลังน้ำด้วยกันให้ดีมากขึ้น   ถ้านอกบ้านทำเป็นบ่อปลา หรือสระน้ำ ควรทำให้เป็นรูปทรงโค้งมน ไม่ควรมีเหลี่ยม หรือมุมแหลม ซึ่งมีลักษณะไม่เป็นมงคลกับคนในบ้าน 2.พื้นที่ที่เหมาะสม ภายนอกถ้าสามารถจัดทำบ่อปลาได้ตามทิศที่จะกล่าวต่อไปในข้อ 4  นี้จะดีมากๆ แต่ถ้าพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยก็ใช้พื้นที่ภายในบ้านแทน คือจัดเป็นตู้ปลาจะสวยงามไปอีกแบบแต่เสริมแบบเดียวกัน แต่ให้ระวังเรื่องขนาดตู้ปลา คือปริมาณน้ำ เพราะมีผลเพื่อเป้าหมายสะสมชี่ ดังนั้นถ้าใหญ่มากควรปรึกษาซินแส นอกจากนี้ ควรมีระบบการกรองที่ดี เพื่อให้น้ำใสสะอาด ไม่ปล่อยให้น้ำในตู้ปลาหยุดนิ่งหรือไม่เคลื่อนไหว และดำคล้ำสกปรก อีกทั้งระบบกรองจะทำให้น้ำเกิดความเคลื่อนไหวด้วย 3. ประตูรับพลังจากตู้ปลา ถ้าบริเวณที่ตั้งตู้ปลาเป็นประตูใหญ่ จะดีมากถือเป็นมงคลสุดๆ  เพราะประตูเป็นปากพลังเท่ากับเรียกพลังมากักเก็บได้อย่างเต็มที่ และเป็นจุดกระตุ้นการไหลเวียนของโชคลาภ เงินเข้าไม่ขาดสาย 4 . ตำแหน่งและทิศสำคัญมาก  ไม่ควรตั้งตู้ปลาไว้บริเวณภายนอกของตัวบ้าน โดยเฉพาะหลังบ้าน ทั้งนี้เพราะกฎข้อสำคัญของฮวงจุ้ยที่ว่า ด้านหน้าเคลื่อนไหว ด้านหลังมั่นคง ส่วนทิศการวางตู้ปลาที่ดี (จนถึงปี ค.ศ. 2043) มีเพียง 4 ทิศ ได้แก่ – ตะวันออก – ตะวันออกเฉียงใต้ – ตะวันตกเฉียงใต้ – เหนือ ส่วนทิศใต้ คือ ทิศต้องห้ามเพราะเป็นธาตุไฟ 5. ปลาอะไรดี และต้องเลี้ยงกี่ตัว  เมื่อเราได้ลักษณะและทิศทางที่จะวางกันแล้ว  ปัญหาต่อไปก็ต้องมีคำถามต่อว่าแล้วจะเลี้ยงปลาอะไรกันดีล่ะ  เพื่อจะได้นำพาความร่ำรวย โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรืองมาให้ อันนี้ข้าพเจ้าขอให้เป็นเรื่องความชอบและความเชื่อส่วนตัวก็แล้วกันครับ     ***ธาตุน้ำอื่นๆ ที่ก็ต้องระวัง 1. สระว่ายน้ำแบบไหลติดกับประตูบ้าน ล้ำเข้าบ้านบ้าน มีผลหนักเมื่อตรงกับวังศูนย์กลาง และมีผลกับทิศนั้นๆ 2. บ้านมีสระกลางบ้านก็ควรเลี่ยง จุดกลางวังควรเป็นหยิน แต่น้ำเป็นหยาง ผลหายนะกะทันหัน 3. สระว่ายน้ำชั้น 2 เหนือประตูใหญ่ ผลน้ำรดหัว จะเสียความมั่งคั่ง ล้มละลาย 4. น้ำตกในบ้านเสียงดังไม่ดีแน่ เสียงไหลรินน่าฟังกลับดี แต่ระวังตำแหน่งที่ตั้ง 5. บ่อน้ำใต้บันไดไม่ดี ยิ่งใกล้ศูนย์กลางวังยิ่งไม่ดี ธาตุน้ำในบ้าน วางได้ แต่ระวังตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อส่งเสริมให้ชี่ไหลดี การตั้งตู้ปลาภายในบ้าน เหมาะสมมากกว่าจะตั้งน้ำที่ภายนอก เพราะปัญหาเรื่องความสมดุลระหว่างขนาดของอาคาร กับคนที่อยู่ภายใน จึงต้องตั้งหรือแก้ที่ภายใน ไม่เกี่ยวกับการตั้งน้ำภายนอกที่จะช่วยแก้ไขภายในได้การจัดที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามควรได้รับคำปรึกษาจากซินแสที่มีประสบการณ์เท่านั้น ที่มาจาก www.sinsaehwang.com
จัดการกับ มะเร็ง ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้วิธีเตรียมพร้อมรับมือ  

จัดการกับ มะเร็ง ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้วิธีเตรียมพร้อมรับมือ  

นี่มะเร็งหรือ Insidious ตามติดกันขนาดนี้ เพราะมีสถิติคนไทยเสียชีวิตด้วย โรคมะเร็ง เป็นอันดับ 1 ถึง 70,000 รายต่อปี แถมทุกๆ ปียังมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้มะเร็งไม่ใช่ผี จะให้หมอผีมารักษาก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราต้องมาทำความรู้จักมะเร็งตัวร้ายนี้กันก่อน จะไดัป้องกันถูก รู้เท่าทัน ป้องกันมะเร็งได้ สาเหตุของการเกิด โรคมะเร็ง นั้น เกิดได้ทั้งปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายในอาจเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ บกพร่อง ส่วนปัจจัยภายนอก เกิดขึ้นได้จากสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การติดเชื้อบางชนิด เช่น เชื้อพยาธิใบไม้ในตับ เชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรืออาจะเกิดจากการสัมผัสหรือได้รับสารก่อมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ สารพิษจากเชื้อราต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งมักเกิดจากภายนอกที่สุดนั่นเอง เนื่องจากวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในเมืองใหญ่ที่มักมีความเครียดมาก พักผ่อนน้อย รับประทานอาหารไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้นทุกปี 5 อันดับโรคมะเร็งที่พบมากที่สุด 1. มะเร็งตับ มะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศไทย พบได้ทั้งเพศชายและหญิง โดยมี 2 ชนิด ด้วยกัน คือ มะเร็งของเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ สาเหตุ มะเร็งในเซลล์ตับ คือการได้รับหรือเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบีและซี มะเร็งท่อน้ำดีตับ คือ การมีเชื้อพยาธิใบไม้ในตับและรับประทานอาหารที่มีดินประสิวเป็นส่วนผสม ซึ่งคนไทยป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในภาค อีสาน ปัจจัยเสี่ยง ผู้ป่วย โรคมะเร็ง ตับจะมีอาการดังต่อไปนี้ คือ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด มีไข้ต่ำ ๆ แน่นท้อง ท้องผูก ปวดหรือเสียดชายโครงด้านขวาและอาจคลำเจอก้อนได้ ที่สำคัญผู้ป่วยจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต ขาบวม การป้องกัน และการตรวจรักษา ควรตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูความผิดปกติที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส งดแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจมีเชื้อรา อาหารที่ใส่ยากันบูด และอาหารที่มีดินประสิวเป็นส่วนผสม 2. มะเร็งปอด มะเร็งปอด มีอัตราการ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง แต่ละปีจะพบ ผู้ป่วยมะเร็งปอด รายใหม่ 15,288 คน เพศชาย 9,779 คน และ เพศหญิง 5,509 คน สาเหตุ การสูบหรือควันจากบุหรี่ และสารพิษจากสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยง จะมีอาการไอเรื้อรัง ไอแห้งๆ ไอจับหืด ไอแบบมีเสมหะ โดยมีอาการอื่นร่วม เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มีไข้ แต่ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกควรรีบพบแพทย์โดยด่วน การป้องกัน และการตรวจรักษา มะเร็งปอดนั้น นอกจากจะไม่สูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อมแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ เน้นรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีและอีสูง รวมถึงตรวจเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหามะเร็งปอดเป็นประจำทุกปี ก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันมะเร็งได้เป็นอย่างดี   3. มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยอายุประมาณ 35 - 50 ปี สาเหตุของโรค มาจากเชื้อฮิวแมนแพ็บพิลโลมาไวรัส หรือเชื้อไวรัสเอชพีวี หากมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ตกขาวมากผิดปกติและมีกลิ่นเหม็นเหมือนน้ำคาวปลา หรืออาจมีเลือดปน ให้สงสัยไว้ก่อนแล้วรีบมาพบแพทย์ ปัจจัยเสี่ยง การมีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน การป้องกัน และการตรวจรักษา เนื่องจากปัจจุบัน มีวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีเฉพาะสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึงร้อยละ 70 นอกจากนี้การตรวจคัดกรองหรือตรวจ Pap Smear เป็นประจำทุกปีรวมถึงการไม่สูบบุหรี่ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ก็จะช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อีกทางหนึ่ง   4. มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทย พบมากในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุของโรค ส่วนมากเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่มีบุตร มีบุตรน้อย หรือผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ปัจจัยเสี่ยง สังเกตุได้จากลักษณะของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น หัวนมหรือผิวหนังบริเวณเต้านมหด มีรอยบุ๋ม มีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึมออกมาจากหัวนม หากคลำดู จะพบก้อนบริเวณเต้านม และมีอาการปวดเต้านมร่วมด้วย การป้องกัน และการตรวจรักษา แม้จะเป็นโรคที่พบมาก แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งหลังอาบน้ำนับจากเริ่มมีประจำเดือน 7 วัน และตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ทุกปีเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง 5. มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นอีกโรคหนึ่งที่คุกคามชีวิตคนไทยมากขึ้นทุกปี สาเหตุของโรค ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุวัย 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่ชอบรับประทานเนื้อแดง อาหารไขมันสูง และอาหารที่มีกากใยน้อย ปัจจัยเสี่ยง ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่จะมีอาการดังนี้คือ ท้องเสีย อุจจาระมีเลือดสีสด สีคล้ำ หรือมีมูกปน ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดเกร็ง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย โลหิตจาง รวมถึงคลำพบก้อนที่ท้องและลำไส้ใหญ่อุดตัน การป้องกัน และการตรวจรักษา รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นกรรมพันธุ์ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้อย่างสม่ำเสมอ รับมืออย่างไรถ้าเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยหลายคนที่ทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้ว จะเกิดความกังวลในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยที่ต้องรับผิดชอบครอบครัว อาจเกิดความรู้สึกหลายๆ อย่าง การรักษา โรคมะเร็ง ผู้ป่วยโดยมากมักมีความสับสนและขาดความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรักษาโรค ดังนั้นการเข้าใจในหลักการรักษามะเร็งจึงมีความสำคัญมาก และที่สำคัญความตั้งใจ ความใส่ใจ และไม่ต้องกังวลใจ จะทำให้ผลการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข แต่ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ป่วยหลายๆ คน มักจะกังวลมากกว่าการใช้ชีวิตประจำวัน นั่นก็คือค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาสูงลิ่วทำให้ไม่อยากรักษา ดังตัวอย่าง ค่ารักษาค่ารักษาโรคมะเร็งปอดและระบบทางเดินหายใจ ดังตัวอย่างค่ารักษาดังต่อไปนี้ ตัวอย่างค่ารักษานี้เป็นของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลค่ารักษาจะลดลง 30 - 40% (ค่ารักษาขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาและระยะของมะเร็งเมื่อตรวจพบ) ชี้ให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายโรคมะเร็งนั้นสูงมาก ดังนั้นอย่ารอให้วันนั้นมาถึง จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามีประกันที่ครอบคลุมสำหรับโรคมะเร็งโดยเฉพาะ บีแอลเอ แคนเซอร์แมกซ์ จากกรุงเทพประกันชีวิต ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็งนานถึงอายุ 90 ปี รับสูงสุด 3 ล้านบาท จ่ายทันที..เมื่อตรวจพบโรคมะเร็งทุกระยะ คุ้มครองต่อเนื่องแม้เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง รับเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้าพักรักษาตัว ในรพ.เนื่องจากโรคมะเร็ง สูงสุดวันละ 10,000 บาท รับเงินเพิ่มกรณีเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง สูงสุด 3 ล้านบาท คุ้มครองมะเร็งแบบเต็มแม็กซ์ วางใจได้เต็มที่ กับบีแอลเอ แคนเซอร์ แม็กซ์ จากกรุงเทพประกันชีวิต สนใจติดต่อ 02-777-8888, www.bangkoklife.com