ดูดวง

ทำนายฝัน

ทำนายฝัน ฝันเห็น ... ผู้หญิงคลอดลูก ปืน เสื้อผ้า ลูกไก่ งูจงอาง หนู นก สัตว์เลี้ยง รถชน ขับรถ โจรขึ้นบ้าน เกวียน

คำแนะนำในการทำนายฝัน
เพื่อให้การ ทำนายฝันแม่นยำ ควรให้ตั้งจิตคิดถึงสิ่งแรก ที่เห็นในฝัน เช่น หากท่านฝันว่า "เดินไปที่แห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นเต่า อยู่ริมน้ำ"คำที่ควรใช้ ทำนายฝัน คือ "เต่า" เป็นต้น

ทายนิสัย

กรุ๊ปเลือด ของคุณ จะส่งผลต่อ ความสัมพันธ์เรื่องความรัก ได้อย่างไร ?

กรุ๊ปเลือดเอ (A) ความมีเสน่ห์อย่างหนึ่งของกรุ๊ปเอ คือเป็นคนที่เอาใจเก่ง ชอบตามใจคนอื่น และด้วยความที่เป็นอ่อนไหวคิดมากในทุกๆเรื่อง เวลาที่โกรธก็จะจำฝังใจ ประมาณว่าใครทำให้ฉันเจ็บ ฉันขอจำไปจนตาย แค้นฝังหุ่นกันทีเดียว จะหายโกรธได้ก็ต้องใช้เวลานาน  เวลามีความรักก็กล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าเข้าไปบอกคนที่ชอบ แต่ถ้ารักแล้วจะทุ่มเทให้หมดใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรัก …

ดูดวงตามราศี

หวานๆ ขมๆ ดวงความรัก 12 ราศี เดือนมิถุนายน 2560 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) ความรักช่วงต้นเดือนคนที่มีคู่แล้วให้ระวังปัญหาเรื่องมือที่สามเข้ามาวุ่นวาย ส่วนคนโสดต้องระวังใจตัวเองอย่างไปหลงรักคนที่มีเข้าของแล้ว จนหลงผิดไปกับสิ่งยั่วยุจนขาดศีลธรรมอันดี พอกลางเดือน-ปลายเดือน คนโสดเริ่มมีโอกาสในการเลือกมากขึ้น หากชอบใครแล้วไม่มีเจ้าของสามารถเดินหน้าลุยได้เต็มที่  แม้บางทีไปเจอคนที่ไม่ใช่สเปคแต่กลับถูกใจทำให้ความรักมีสีสันขึ้นมาก ส่วนคนที่มีคู่แล้ว…

เนื้อหาแนะนำ

ยื่นไมค์ถาม สาวๆ เก็บ ฟองน้ำแต่งหน้า ไว้นานแค่ไหน ?

ยื่นไมค์ถาม สาวๆ เก็บ ฟองน้ำแต่งหน้า ไว้นานแค่ไหน ?

เกิดเป็นหญิงก็ต้องแต่งหน้า  บางคนเลิฟเครื่องสำอางขั้นหนัก สะสมเครื่องสำอางก็เยอะ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเครื่องสำอางที่มีอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งนั้น มีวันหมดอายุเหมือนกันนะจ๊ะ โดยเฉพาะ ฟองน้ำแต่งหน้า ถือเป็นอาวุธสำคัญของสาวๆ เวลาแต่งหน้าเลยล่ะ พัฟแต่งหน้าที่ใช้กันอยู่ทุกวันๆ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียสารพัดชนิด อย่าได้เสียดาย เพราะถ้าหน้าพัง สิวเห่อขึ้นมาจะร้องไห้หนักมาก แล้วระหว่าง 1 เดือนที่ใช้งาน ก็ควรนำมาล้างทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจะดีมาก ส่วนอายุการใช้งานของเครื่องสำอางอื่นๆ เช็กได้ที่ลิ้งค์นี้เลยจ้า >> คลิก   รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women MThai Team
9 ไม้มงคล สำหรับใช้ในพิธี ยกเสาเอก สร้างบ้าน สร้างศาลพระภูมิ 

9 ไม้มงคล สำหรับใช้ในพิธี ยกเสาเอก สร้างบ้าน สร้างศาลพระภูมิ 

ตามความเชื่อของชาวไทยที่สืบต่อกันมา เรื่องของขวัญกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะทำการใดในชีวิตก็ตาม ต้องมีธรรมเนียมพิธีการเอาฤกษ์เอาชัยก่อน เพื่อนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิต เช่นเดียวกันกับ การปลูกบ้านปลูกเรือน เป็นที่พำนักพักพิง อยู่อาศัย ต้องมีการทำพิธีมงคลก่อนสร้างบ้าน หรือ สร้างศาลพระภูมิ  ด้วยการ ยกเสาเอก ก่อนจึงจะสร้างบ้านได้ เพื่อให้คนในบ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยในพิธียกเสาเอกนี้ จะใช้ไม้มงคล 9 ชนิด ปักกับพื้นดิน ซึ่งต้นไม้ทั้ง 9 มีชื่อเป็นมงคลนาม ดังนี้ 1. ไม้ราชพฤกษ์ (อาคเนย์) หมายถึง ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา  เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำชาติไทย คนโบราณเชื่อว่าควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่อยู่อาศัย เพื่อเสริมอำนาจ วาสนา ช่วยให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ซึ่งความเป็นจริงคือทิศดังกล่าวจะได้รับแดดจัดตลอดช่วงบ่าย จึงควรปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ลดความร้อนและทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น นอกจากนี้มีความเชื่อว่า ใบของต้นราชพฤกษ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะในพิธีทางไสยศาสตร์ให้ใบทำน้ำพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ได้ผลดีดังนั้นจึงถือว่าต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลนาม 2. ไม้ขนุน (เหนือ) หมายถึง หนุนให้ดีขึ้นร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุน 3. ไม้ชัยพฤกษ์ (ตะวันออก) หมายถึง การมีโชคชัย ชัยชนะ 4. ไม้ทองหลาง (ศูนย์กลาง) หมายถึง การมีเงินมีทอง 5. ไม้ไผ่สีสุก (พายัพ) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หมายถึง มีความสุข 6. ไม้ทรงบาดาล (อิสาน) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หมายถึง ความมั่นคง หรือทำให้บ้านมั่นคงแข็งแรง 7. ไม้สัก (ทักษิณ) ทิศใต้ หมายถึง  ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ 8. ไม้พะยูง (หรดี) ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึง การพยุงฐานะให้ดีขึ้น 9. ไม้กันเกรา (ปัจฉิม) ทิศตะวันตก หมายถึง ป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ตำเสา ซึ่งอาจหมายถึง ทำให้เสาเรือนมั่นคง ปัจจุบัน นอกจากจะใช้ปักดินในพิธียกเสาเอกแล้ว ยังนิยมปลูกในสวนของบ้านที่มีบริเวณกว้าง เพื่อเสริมมงคล ให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ตามทิศที่ได้กล่าวมาด้วยค่ะ  ส่วนรายละเอียดในพิธียกเสาเอกนั้นต้องเตรียมอะไร และมีขั้นตอนการประกอบพิธีอย่างไรบ้าง Decor.MThai จะมาบอกรายละเอียดอีกครั้งในคอนเทนต์หน้านะคะ ^ ^
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับ อาหนิง นิรุตติ์ แนะ 5 เคล็ดลับป้องกันโรคสมองเสื่อม

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับ อาหนิง นิรุตติ์ แนะ 5 เคล็ดลับป้องกันโรคสมองเสื่อม

ในช่วงที่อายุเพิ่มมากขึ้นจนเริ่มก้าวเข้าสู่วัยของผู้สูงอายุ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโรคยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับเรานั่นก็คือ โรคสมองเสื่อม ซึ่งโรคนี้ก็สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ โรคสมองเสื่อมที่รักษาให้หายขาดได้ และโรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากรพ.พญาไท 2 และอาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา นักแสดงมากความสามารถ ได้มาให้คำแนะแนวเกี่ยวกับวิธีป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ จะมีวิธีใดบ้าง ตามมากันเลย ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์มีมากขึ้น ทำให้ประชากรในประเทศไทย โดยเฉลี่ย มีช่วงอายุยืนยาว ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 ข้อมูลจากระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ภายในปี 2568 ขณะเดียวกัน... คนสูงอายุ ก็เป็นกลุ่มที่มีโรครุมเร้ามาก ซึ่งพบว่า “ภาวะสมองเสื่อม” เป็นหนึ่งในโรคที่เกิด ในผู้สูงอายุมากขึ้น โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นในกลุ่มช่วงอายุ 65-69 ปี ประมาณร้อยละ 3-5  สถิติปี 2558 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน และคาดว่าในปี  2573 จำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,117,000 คน พญ.สิรารัตน์ โมรรัต กล่าวว่า ภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่ โรคสมองเสื่อมที่รักษาให้หายขาดได้ และโรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งมีสาเหตุแตกต่าง กันออกไป “ภาวะสมองเสื่อมชนิดที่รักษาได้นั้น ส่วนมากมาจากโรคทางกายซึ่งหลายครั้ง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เช่น กลุ่มที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบตัน (Vascular dementia) ซึ่งมีสาเหตุจากความดันโลหิตสูง ไขมันหรือน้ำตาลในเลือดสูง สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถรักษาได้ โดยการรับประทานยาควบคู่ ไปกับการควบคุมอาหาร และดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการ ออกกำลังกาย อาการคล้ายโรคสมองเสื่อมก็จะดีขึ้นหรือหายไป พญ.สิรารัตน์ โมรรัต ร่วมกันกับ “อาหนิง นิรุตติ์” แนะแนวหนทาง แก่เก๋าไม่เก่าเก็บ: วิถีป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคสมองเสื่อม ดังนี้ 1. ดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ในเด็ก เริ่มต้นได้ที่ตัวเราหันมาใส่ใจ ในการดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่น เราจำเป็นต้องมีวินัยในการใช้ชีวิต รู้จักเข้มงวดและผ่อนปรน ฝึกฝนตัวเองในการดูแลสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์เสมอ 2. ปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต บริหาร สมองด้วยการอ่านหนังสือ หรือเล่นเกม ที่อาศัยการคิดคำนวณ พูดคุยเข้าสังคม การติดอยู่แต่ในอดีต  คิดถึงแต่ความสำเร็จ หรือความเศร้าใจของเมื่อวานนั้นสะท้อนว่าเราไม่ไปข้างหน้า สมองก็หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ออกกำลังความคิด ควรทำอะไรด้วยการวางแผนเสมอ ผมเองก่อนออกจากบ้าน ต้องทราบแล้ว เสื้อผ้าวางตรงนี้ เราจะอาบน้ำแต่งตัวนะ แล้วหยิบอะไรตรงไหน ออกไปกี่โมง เดินทางเส้นไหน แล้วทำอะไรบ้าง เพราะการวางแผนทำให้เราคิดถึงข้างหน้า และบริหารสมอง ไม่ให้ฝ่อ ไม่ให้หลงให้ลืม เพิ่มเติมการนวดศีรษะด้วยการสระผมไว้ด้วย ผมว่ามันช่วยกระตุ้นและผ่อนคลายสมองไปพร้อมๆ กัน 3. ดูแลสุขภาพจิตให้ดี คิดบวก ไม่เครียด อย่าคิดซ้ำๆ อย่าทำอะไรจำเจ เพราะคนที่ทำอย่างนั้น มันไม่มีสิ่งใหม่ๆ เข้าหัว และคิดตัดสินใจอย่างคนที่ผ่านโลกมาเยอะแล้ว อย่าเครียด หากิจกรรมทำ อย่าหยุดนิ่งไปกับวัยชรา 4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะมีผลต่อสมอง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  การกิน การดื่ม หรือการบริโภคเนี่ย สำคัญมาก เพราะมันส่งผลกับเราโดยตรงทุกช่วงวัย สะสมมา อาหารดีมีประโยชน์ก็บำรุงร่างกายถูกต้อง เราเลือกกันได้ แต่ภาชนะ หรือวัสดุที่ใช้กันล่ะ ต้องดูให้ดีว่าได้มาตรฐานและถูกความร้อน ความเย็น ฯลฯ ใช้อย่างไรจึงจะปล่อยภัย เพิ่มเติมการออกกำลังกายตามวัยควบคู่กันไปไม่ให้ขาด 5. ควรเช็คสุขภาพเป็นประจำ สำหรับคนที่เป็นความดัน เบาหวาน ควรรักษาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีปัญหาด้านความจำ ให้พบประสาทแพทย์ จิตแพทย์  หรือเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างตรงจุด อย่าทำตัวเป็นหมอเสียเอง วินิจฉัยตนเองว่าคงเป็นอันนั้นเป็นอันนี้ หรือไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ให้ ปล่อยไปจนเป็นหนัก ก็จะสาย ควรให้แพทย์ ให้โรงพยาบาลเป็นคนบอกเรา สุดท้ายอาหนิงฝากข้อคิดไว้ว่า “กินให้ดีพอ นอนให้เพียงพอ อย่ามองข้ามการออกกำลังกาย และ อย่ากลัวเจอหมอ อย่ากลัวโรงพยาบาล เพราะเราไม่อาจเข้าใจทุกอย่างในร่างกายทุกประการ ฉะนั้นมาควรมาตรวจร่างกายเป็นประจำทุกๆ ปี” ขอขอบคุณข้อมูลจาก รพ.พญาไท 2

เข้าระบบ MThai


สวัสดี user